เพื่อเปลี่ยน AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ผลสำรวจชี้ 86% องค์กรไทยมองโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับ AI สำคัญ
แต่แค่ 9.5% มั่นใจ พร้อมรับมือภัยคุกคามจาก AI เผยองค์กรต้องเร่งเตรียม
3 รากฐาน “Data Infrastructure, Cyber Resilience และ AI Governance”
รับโอกาส AI พร้อมเปิดตัวโซลูชัน PAS7700, ActiveProtect และ DSM Agent
- 86% เห็นว่า AI-ready Infrastructure สำคัญต่อ Workflow และ Productivity แต่มีเพียง 31.3% ที่มองว่า “สำคัญมาก”
- 64.4% มองว่าความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นอุปสรรคอันดับหนึ่งต่อการใช้ AI ตามด้วยคุณภาพและความพร้อมใช้ของข้อมูลที่ 47.3% และต้นทุนการติดตั้งระบบที่ 33.7%
- 92% ใช้เครื่องมือปกป้องข้อมูลแล้ว แต่มีเพียง 21.4% ที่มั่นใจอย่างมากว่าจะกู้คืนจาก Ransomware ได้รวดเร็ว โดยที่ข้อมูลสำรองยังปลอดภัย
- 34% ยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ AI ของพนักงาน มีเพียง 26.1% ที่บังคับใช้ด้วยมาตรการทางเทคนิค และ 47.1% มองไม่เห็นว่าเครื่องมือ AI ภายนอกจัดการกับข้อมูลที่ส่งไปอย่างไร
- Synology แนะองค์กรเตรียม 3 รากฐานสำคัญเพื่อรับโอกาสจาก AI ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure), ความสามารถในการรับมือและกู้คืนระบบ (Cyber Resilience) และ AI ในการทำงาน พร้อมขยายโซลูชัน PAS7700, ActiveProtect, Synology Office Suite และ DSM Agent รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ AI ในธุรกิจ
แอนโทนี่ หยาง (Antoine Yang) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology Inc.) กล่าวว่า AI กำลังขยับจากการเลือกเครื่องมือสู่การพิสูจน์ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการจัดเก็บ เข้าถึง ปกป้อง และนำข้อมูลมาใช้ได้ทันต่อการตัดสินใจ “AI จะสร้างผลตอบแทนได้เมื่อข้อมูลพร้อม ระบบรองรับ Workload ได้เต็มประสิทธิภาพ และธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้เร็วเมื่อเกิดเหตุ ทั้งสามเรื่องต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการนำ AI มาใช้” แอนโทนี่ หยาง กล่าว
Data Infrastructure เร่งผลลัพธ์ AI และควบคุมต้นทุน
ผลสำรวจ The Synology 2026 Southeast Asia Business AI Transformation Survey พบว่า 86% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยเห็นว่า AI-ready Infrastructure มีความสำคัญต่อ Workflow และ Productivity แต่มีเพียง 31.3% ที่มองว่า “สำคัญมาก” ตัวเลขนี้ชี้ว่าองค์กรไทยเห็นความจำเป็นของโครงสร้างพื้นฐานแล้ว แต่ยังต้องจัดลำดับการลงทุนให้พร้อมก่อนขยาย AI ในวงกว้าง
ด้านความพร้อมของข้อมูลยังเป็นโจทย์หลัก โดย 64.4% ระบุว่าความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นความท้าทายอันดับแรก ตามด้วยคุณภาพและความพร้อมใช้ของข้อมูลที่ 47.3% และต้นทุนการติดตั้งระบบที่ 33.7% สำหรับธุรกิจ ความท้าทายเหล่านี้หมายถึงเวลาที่นานขึ้นในการเตรียมข้อมูล การตัดสินใจที่ช้าลงและผลตอบแทนจาก AI ที่เกิดขึ้นได้ยากขึ้น
GPU ที่ทรงพลังอาจสร้างผลลัพธ์ได้ไม่เต็มที่ หาก Storage และ Data Path ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบวิเคราะห์ไม่ทันเมื่อข้อมูลเติบโตขึ้น องค์กรจึงต้องบริหารทั้งความเร็วและต้นทุนด้วย Data Tiering และ Data Reduction เพื่อวางข้อมูลให้เหมาะกับการใช้งานและใช้พื้นที่จัดเก็บได้คุ้มค่ากว่าเดิม
Cyber Resilience วัดผลที่เวลาฟื้นธุรกิจ
มีเพียง 9.5% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยที่มั่นใจมากว่าองค์กรพร้อมรับมือภัยคุกคามจาก AI ขณะที่ 38.5% ระบุว่ายังไม่พร้อม เมื่อการโจมตีเกิดเร็วขึ้น ต้นทุนของเหตุการณ์จึงครอบคลุมทั้ง Downtime รายได้ การให้บริการ และความเชื่อมั่นของลูกค้า แม้ 92% จะใช้เครื่องมือปกป้องข้อมูลแล้ว แต่มีเพียง 21.4% ที่มั่นใจอย่างมากว่าจะกู้คืนจาก Ransomware ได้รวดเร็วโดยที่ข้อมูลสำรองยังปลอดภัย ขณะที่ 32.5% ยังไม่มั่นใจว่าจะกู้คืนข้อมูลได้เมื่อเกิดเหตุ ช่องว่างนี้ย้ำว่า Backup จะสร้างคุณค่าได้ต่อเมื่อข้อมูลพร้อมกู้คืนและช่วยให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานตามเวลาที่กำหนด
“ทุกนาทีที่ระบบหยุดทำงานส่งผลต่อรายได้ การให้บริการ และความเชื่อมั่นของลูกค้า Backup ที่ดีจึงต้องช่วยให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้เร็ว ด้วยข้อมูลสำรองที่แยกจาก Production แก้ไขไม่ได้ และกู้คืนได้จริง” แอนโทนี่ หยาง กล่าว
องค์กรจึงควรแยก Backup Infrastructure ออกจาก Production และใช้หลัก Backup 3-2-1-1-0 ได้แก่ มีข้อมูล 3 ชุด บนสื่อ 2 รูปแบบ เก็บ 1 ชุดนอกสถานที่ และอีก 1 ชุดเป็น Immutable หรือ Offline พร้อมทดสอบให้แน่ใจว่ากู้คืนได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด
AI in the Workplace เพิ่ม Productivity ภายใต้ Data Governance
รหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology Inc.) กล่าวว่า AI มีโอกาสคืนเวลาให้บุคลากร โดย 73% ของบุคลากรในประเทศไทยใช้เวลากับงานเอกสารแบบ Manual มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การใช้ AI ช่วยเรียบเรียงเอกสาร สร้างงานนำเสนอ วิเคราะห์ Spreadsheet และสรุปการประชุม จึงเปิดเวลาให้ทีมงานโฟกัสกับงานที่สร้างรายได้ ยกระดับบริการ และสนับสนุนการตัดสินใจ โดยโอกาสด้าน Productivity มาพร้อมความเสี่ยงด้านข้อมูล โดย 34% ขององค์กรยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ AI ของพนักงาน มีเพียง 26.1% ที่บังคับใช้ด้วยมาตรการทางเทคนิค และ 47.1% มองไม่เห็นว่าเครื่องมือ AI ภายนอกจัดการกับข้อมูลที่ส่งไปอย่างไร องค์กรจึงต้องเปลี่ยน Policy ให้เป็นสิทธิ์การเข้าถึง บันทึกกิจกรรม และเส้นทางข้อมูลที่ตรวจสอบได้
“AI ในที่ทำงานควรเริ่มจากโจทย์ที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจ พร้อมคำตอบที่ชัดเจนว่าข้อมูลอยู่ที่ใด ใครเข้าถึงได้ และข้อมูลใดถูกส่งออกไป การควบคุมที่ตรวจสอบได้จะช่วยให้องค์กรขยายการใช้งานได้อย่างมั่นใจ” รหัท บุญตันจีนกล่าว
3 รากฐาน เปลี่ยน AI ให้ขยายได้และวัดผลได้
ภายในงาน Synology Press Event 2026 บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology Inc.) นำเสนอ 3 รากฐานที่ธุรกิจควรพัฒนาไปพร้อมกัน ได้แก่ Data Infrastructure เพื่อส่งข้อมูลพร้อมใช้ให้กับ AI, Cyber Resilience เพื่อจำกัด Downtime ช่วงเวลาที่ระบบหยุดำงานและเร่งการกู้คืน รวมถึง AI in the Workplace เพื่อเพิ่ม Productivity ภายใต้ Data Governance ที่ตรวจสอบได้ ด้าน Data Infrastructure มี PAS7700 เป็นระบบจัดเก็บข้อมูล NVMe SSD รุ่นแรกของ Synology สำหรับ Mission-critical Workload ช่วยลดคอขวดระหว่าง Storage กับระบบประมวลผล ขณะที่ FS Series และ RS Series เจเนอเรชันใหม่เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับงานจัดเก็บข้อมูลทั่วไป ส่วน DSM 7.4 เพิ่ม Synology Tiering และ Data Reduction บน HDD เพื่อช่วยให้องค์กรใช้พื้นที่จัดเก็บได้คุ้มค่าขึ้นเมื่อข้อมูลเติบโต
กรณีศึกษา Ethos Media Production แสดงผลทางธุรกิจของการเข้าถึงข้อมูลที่เร็วขึ้น โดยใช้ PAS7700 เป็นศูนย์กลางจัดเก็บไฟล์แบบ All-flash ความจุ 70 TB รองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน 15 คน และลดเวลาอัปโหลดวิดีโอขนาด 100 GB จากประมาณ 40 นาทีเหลือ 2 นาที ทีมงานจึงมีเวลาผลิตงานมากขึ้นและส่งมอบคอนเทนต์ได้ทันกำหนดด้าน Cyber Resilience, ActiveProtect Appliances รวมโครงสร้างพื้นฐาน Backup โดยเฉพาะการบริหารแบบศูนย์กลาง การปกป้องแบบ Immutable และทางเลือก Air-gap ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ActiveProtect Manager 2.0 ขยายการรองรับไปยัง Nutanix AHV และ Proxmox VE พร้อมเพิ่ม Volume-level Encryption และความยืดหยุ่นในการกำหนดปลายทางสำหรับ Backup และ Restore ขณะที่ DP5200 เพิ่มทางเลือกอุปกรณ์ขนาด 1U โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแบบ Subscription
ทั้งนี้ Synology ยังเผยทิศทางการพัฒนา AI-enhanced Anomaly Detection สำหรับตรวจจับความผิดปกติ ใน Backup การสแกน Malware ก่อนกู้คืน และ Auto Fallback เพื่อค้นหาสำเนาล่าสุดที่ปลอดภัย ความสามารถเหล่านี้อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีเป้าหมายลดความเสี่ยงจากการกู้คืนข้อมูลที่ปนเปื้อนและช่วยให้ธุรกิจกลับมาออนไลน์ได้เร็วขึ้น
ด้าน AI in the Workplace, Synology Office Suite ช่วยปรับแก้เอกสาร สร้างเนื้อหาสำหรับงานนำเสนอ และค้นหาสูตรสำหรับ Spreadsheet บนระบบ on-premises ขณะที่ Synology ChatPlus and Meet รองรับการสื่อสาร การแปลบทสนทนา และสรุปการประชุม ส่วน DSM Agent ช่วยให้ทีม IT วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้วยคำถามภาษาพูด โดยยังคงควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามสิทธิ์ใน DSM
สำหรับ Physical Security, DVA7400 ใช้ AI ช่วยตรวจจับและค้นหาฟุตเทจเพื่อลดเวลาตรวจสอบเหตุการณ์ ส่วน Scale-out Storage และ Hybrid Surveillance ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จะช่วยให้องค์กรขยายโครงสร้างพื้นฐานตามปริมาณข้อมูลและความต้องการด้านการดำเนินงาน
“ธุรกิจไทยจะขยาย AI ได้อย่างมั่นใจ เมื่อข้อมูลพร้อมใช้ ระบบกู้คืนได้ และการกำกับดูแลทำงานได้จริง รากฐานเหล่านี้ช่วยให้องค์กรเดินหน้าตามความพร้อม พร้อมเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้” แอนโทนี่ หยาง กล่าว
---------------------------------------------------------------------------------------------










0 Comments