Ad Code

Recent Posts

อัลไซเมอร์เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ ชมรมสมองใสใจสบาย ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม รพ. จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร พลิกวิธีคิดรับวันอัลไซเมอร์โลก 2569 “อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้”


อัลไซเมอร์เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่
ชมรมสมองใสใจสบาย ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม
รพ. จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร
พลิกวิธีคิดรับวันอัลไซเมอร์โลก 2569
“อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้”

“ชมรมสมองใสใจสบาย” แนะคนรุ่นใหม่สามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อดูแลสุขภาพ ให้ดีอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และเปลี่ยนทัศนคติจากโรค อัลไซเมอร์ที่เคยเป็นเรื่องของผู้สูงอายุให้เป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่ต้องดูแลตัวเองตั้งแต่วัยทำงาน เพราะการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดสุขภาพสมองในอนาคต ชมรมสมองใสใจสบาย ภายใต้ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพ กรุงเทพมหานคร และบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) จึงผนึกกำลังปลุกกระแสสังคมรับ วันอัลไซเมอร์โลก 2569 ผ่านการเผยแพร่ความรู้ “อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้” พร้อมนำเสนอ ทางออกเชิงรุกผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ งานเสวนา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวันที่ 24 กันยายน 2569 และ รายการออนไลน์ "คลินิกสมองใส" ที่พร้อมมอบความรู้ และคำแนะนำในการดูแล สุขภาพสมองจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ ผู้ชมสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน สู่การเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤติสุขภาพที่คืบคลาน เข้ามาใกล้ตัวคนรุ่นใหม่มากขึ้น

รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย ที่ปรึกษาชมรมสมองใสใจสบาย และ นายกสมาคมโรคสมอง เสื่อมแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า "ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปัจจุบันนี้ ทั่วโลกมีผู้ป่วย ภาวะสมองเสื่อมกว่า 57 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านรายต่อปี โดยโรคอัลไซเมอร์เป็น สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมประมาณ 60-70% ของผู้ป่วยทั้งหมด สำหรับประเทศไทย เรามีประชากรสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14 ล้านคนทั่วประเทศคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22 ของประชากรทั้งประเทศ มีการประมาณการว่าเราพบความชุกของภาวะสมองเสื่อมในผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีร้อยละ 6 – 8 นั้นหมายถึงเรามีผู้ภาวะสมองเสื่อมประมาณ 8 แสนถึง 1 ล้านคนทั่วประเทศ ปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิด ว่าการเสื่อมถอยของสมรรถภาพสมองเป็นเรื่องปกติที่จะเพิ่มขึ้นตามความชราภาพ ผู้ป่วยจำนวนมาก ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการตรวจประเมินและรักษา ขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ขาดแคลนงบประมาณ และแผนแม่บทระยะยาวระดับประเทศในการรับมือภาวะสมองเสื่อม การป้องกันภาวะสมองเสื่อมนั้นทำได้จริงแต่ต้องเริ่มต้นก่อนเกิดอาการซึ่งข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มผู้สูง อายุเพราะต้นตอสำคัญมาจากพฤติกรรมและวิถีการใช้ชีวิตของเราตั้งแต่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอดนอน ปัญหานอนไม่หลับ หูตึง ความเครียดสะสมและเกิดภาวะซึมเศร้า ที่ไม่ได้รับเยียวยา ไม่ออกกำลังกาย ไม่ควบคุมโรคประจำตัวประเภท NCD อย่างเบาหวาน ความดันสูง และไขมันในเลือดสูง การดื่มแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่ การโดดเดี่ยวทางสังคมหรือความเหงา ความบกพร่องทางสายตาและการสัมผัสมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการพึงพา AI และ Social Media ในการใช้ชีวิตหรือการทำงานมากเกินไปจนไม่ได้กระตุ้นสมอง เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรง และเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้สมองเสื่อมถอยสะสมในระยะยาว

ดังนั้นการสร้างการตระหนักรู้และหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพสมอง เชิงป้องกันตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ ต้องสร้างการตระหนักรู้ ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหยุดการสะสมความเสี่ยง และเริ่มต้นดูแลสมอง ตั้งแต่ตอนที่ยังทำได้ ซึ่งเราอยากแนะนำให้เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 30+ ขึ้นไป ที่เป็นช่วงเวลาที่สมองได้พัฒนามาถึงจุดสูงสุดแล้ว หลังจากนั้นสมองก็จะเริ่มชรา และการเกิดขยะสารพิษอย่างอะไมรอยด์โปรตีนที่พบในโรคอัลไซเมอร์ก็เริ่มสะสมในสมองของคนที่จะกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ในช่วงสูงวัยก่อนมีอาการถึง 15-20 ปี และเป็นที่มาของการนำเสนอแคมเปญ รู้ตั้งแต่ Young อัลไซเมอร์ป้องกันได้ เริ่มตั้งแต่อายุ 30+ ในปีนี้”


รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
กล่าวว่า “นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในปี พ.ศ. 2548 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ให้ความ สำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันควบคู่กับการดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุตลอดมา โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัวในฐานะผู้ดูแลในระยะยาวอย่าง โรงพยาบาลมีบริการแบบครบวงจรในการดูแลสุขภาพทุกระบบ เรามีศูนย์เชี่ยวชาญ ที่ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุบูรณาการครบวงจรอย่างศูนย์ความเป็นเลิศด้านการดูแลผู้สูงอายุ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี เรามีศูนย์บริการเฉพาะโรคที่พบในผู้สูงอายุ เช่น ศูนย์ความเป็นเลิศโรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคมะเร็ง ศูนย์นิทราเวช ศูนย์บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟูและ smart gym สำหรับผู้สูงวัย ศูนย์ดูแลปัญหาการได้ยินและสายตา รวมถึงคลินิกความจำ คลินิกสมองเสื่อม ศูนย์ฝึกสมอง และศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อมที่ให้บริการปัญหาความเสื่อมถอยของสมอง โดยเฉพาะภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์เป็นประเด็นสุขภาพที่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สังคมไทยควรตระหนักและเตรียมรับมืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับแคมเปญของ Alzheimer Association International 2026 ที่รณรงค์ให้มีการจัดกิจกรรมในเดือนกันยายน โดยจัดให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็นวันอัลไซเมอร์โลก และรณรงค์ให้ประชากรโลกมีการตระหนักรู้เรื่องภาวะสมอง สร้างความเข้าใจและให้การสนับสนุนกับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมและครอบครัว ลดการตีตราผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม โดยงานในปีนี้มีธีมหลักคือ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งทำอะไรได้มากขึ้น การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ (The earlier you know, the more you can do : A dementia diagnosis matters” ) ดังนั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ โดยศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม ชมรมสมองใสใจสบาย ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพ มหานคร เขตปทุมวัน และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จึงได้จัดงานวันอัลไซเมอร์โลก ประจำปี 2569 ขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการวินิจฉัย การดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมรวมถึงผู้ดูแล และเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้าถึงการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม สร้างความเข้าใจเรื่องการป้องกัน และการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ”

นพ.ดร.ชาวิท ตันวีระชัยสกุล หัวหน้าศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “การรักษาโรคสมองเสื่อมต้องการการดูแลแบบองค์รวม ทั้งการรักษาโดยการใช้ยา และไม่ใช้ยากับผู้ป่วยและครอบครัว ในการรักษาปัญหาความจำและการรู้คิดที่บกพร่อง ปัญหาพฤติกรรมและอาการทางจิตของผู้ป่วย และการดูแลความบกพร่องของความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย ที่การดูแลผู้ป่วยเกือบทุกขั้นตอนต้องอาศัยผู้ดูแลเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วย เราจึงได้จัดตั้งศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อมเพื่อเปิดให้บริการในการกระตุ้นฟื้นฟูสมองผู้ป่วยผ่านการทำกิจกรรมกลุ่ม การสอนและอบรมญาติหรือผู้ดูแลถึงวิธีการและเทคนิคในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม รวมไปถึงการศึกษา วิจัยและสร้างนวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม เพื่อส่งเสริมป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อม ผ่านชมรมสมองใสใจสบาย สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจในการดูแลสุขภาพจิตและสุขภาพสมอง อาทิ การจัดเสวนา ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การชมและวิพากษ์ภาพยนตร์ ให้กับสมาชิกชมรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”

คุณเพชรพริ้ง สารสิน ประธานชมรมสมองใสใจสบาย กล่าวว่า “งานวันอัลไซเมอร์โลก ของเราในปี 2569 นี้ได้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลักคือ อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างการสื่อสารครอบคลุมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานให้รู้เท่าทันความเสี่ยงและป้องกันสุขภาพสมองของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ ควบคู่กับการเพิ่มทักษะในการสังเกตและช่วยดูแลผู้สูงอายุ ในครอบครัว ได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่กลุ่มผู้สูงอายุที่ยังสุขภาพดีหรือเริ่มมีแนวโน้มความเสี่ยงให้สามารถดูแลสุขภาวะสมองและจิตใจของตนเอง เพื่อชะลอความเสื่อมได้อย่างยั่งยืน”


โดยภายในงานปีนี้ชมรมสมองใสใจสบายได้เตรียมกิจกรรมและฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการหลากหลายรูปแบบ ภายใต้รูปแบบ Hybrid Event ทั้งการเข้าร่วมงาน Onsite ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และการรับชมผ่าน Facebook Live ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ครอบคลุมกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
  • ฐาน Workshop Check สมอง-ใจ-การนอน-การได้ยิน: กิจกรรมคัดกรองความเสี่ยง ทดลองเล่นเกมฝึกสมอง และเรียนรู้นวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพสมอง
  • เวทีเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญ: อัปเดตความรู้เรื่องโรคอัลไซเมอร์ เทคนิคการดูแลผู้ป่วย ผลกระทบจากปัญหาการนอนและการได้ยิน การรู้เท่าทันสื่อ และการวางแผนการดูแลล่วงหน้า
  • กิจกรรมเสริมพลังสมองและจิตใจ: นำเสนอภาพรวมและบทสรุปของกิจกรรม ที่ชมรมฯจัดให้กับสมาชิกตลอดปี 2569 ที่ผ่านมา โดยกรรมการและวิทยากรรับเชิญ
  • ของชมรมสมองใสใจสบาย นอกจากนี้ยังมีการแสดงบนเวทีที่มาจากกิจกรรมที่ชมรมจัดให้สมาชิก อย่าง ระบำตารีกีปัส การร้องเพลงประสานเสียงของกลุ่ม senior chorus
  • เซสชันพิเศษ “Healthy Longevity for Lasting Memories”: ปิดท้ายการเรียนรู้ด้วยแนวคิด “ชีวิตยืนยาว ความทรงจำยั่งยืน” เพื่อจุดประกายให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และเริ่มต้นสร้างสุขภาวะที่ดีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีแขกรับเชิญเป็นศิลปินที่เป็นตัวอย่างของการสูงวัยโดยมีสุขภาพดี มีสมองและชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ อย่างศิลปินแห่งชาติด้สนการร้องเพลง คุณสุดาชื่นบาน คุณสุนทร สุจริตฉันต์ และคุณจั๊กจั่น เป็นต้น
คุณวิกร ศรีวิกรม์ รองประธานชมรมสมองใสใจสบาย กล่าวว่า “การประเมินความเสี่ยง
และวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มต้นคือหัวใจสำคัญในการชะลอภาวะสมองเสื่อมและเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วย และครอบครัว ชมรมฯ จึงมุ่งมั่นเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการแพทย์และเทคนิคการคัดกรอง ให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวผ่านสื่อออนไลน์ ด้วยการจัดทำคลิปรายการ ‘คลินิกสมองใส By สมองใส ใจสบาย’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยและมูลนิธิจุมภฎบริพัตร ที่จะนำเสนอแนวทางในการดูแลสุขภาพสมองเพื่อห่างไกลภาวะสมองจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ครอบคลุมประเด็นคำถามใกล้ตัว แตกต่างจากรายการทั่วไปด้วยช่วงพิเศษ “จ่ายการบ้าน” ที่ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำเทคนิคและกิจกรรมง่ายๆ ให้ผู้ชมสามารถนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเริ่มต้นดูแลสุขภาพสมอง จิตใจ และร่างกายให้แข็งแรงเชิงป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ”

นอกจากนี้ชมรมยังมีนโยบายในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาให้มีความยั่งยืน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องการดูแลตนเองผ่านการสร้างกิจกรรมที่จะสร้างเสริมความยืดหยุ่นให้สมองและจิตใจของผู้สูงอายุและผู้ใหญ่วัยทำงานที่สนใจมาร่วมกันสร้าง Blue Zone Community ให้ทุกคนมีความรู้ใส่ใจในการดูแลโรคประจำตัวที่เป็นความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม การออกกำลังอย่างเหมาะสม การกินอาหารที่มีประโยชน์ การติดต่อสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัว หรือคนอื่น ๆ ในสังคม การใช้ชีวิตแบบมีความหมายและมีเป้าหมาย เพื่อให้มีชีวิตและมีสมองที่ยืนยาว ตัวอย่างกิจกรรมที่ชมรมอยากจะสนับสนุนให้สมาชิกได้มีโอกาสเข้ามาร่วมในปีถัดไป เช่น กิจกรรมบอร์ดเกม การร้องเพลงประสานเสียง รำไทย การออกกำลังกาย การชมและวิพากษ์ภาพยนตร์ ปรุงอาหารรักษ์สมอง เป็นต้น นอกจากนี้เรายังมีโครงการที่จัดเสวนาประเด็นทางสุขภาพจิตและสมอง รวมถึงการชักชวนสมาชิกมาทำการคัดกรองภาวะอารมณ์ซึมเศร้าและสมรรถภาพสมองเพื่อเป็นการกระตุ้นการตระหนักรู้เฝ้าระวังภาวะสมองเสื่อม


ร่วมเปิดมุมมองใหม่ “อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้” ในงานวันอัลไซเมอร์โลก ประจำปี 2569 พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 07.20 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม 1210 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชั้น 12 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หรือรับชมผ่าน Facebook Live: ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของชมรมสมองใสใจสบายได้ทาง
 Line ID: @healthybrain-mind หรือทาง 
Facebook: ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

สำหรับผู้ที่สนใจรับชมรายการ “คลินิกสมองใส By สมองใส ใจสบาย” สามารถติดตามรับชม

ผ่านช่องทาง YouTube “สมองใส ใจสบาย”

#ชมรมสมองใสใจสบาย #ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม
#อัลไซเมอร์ป้องกันได้ตั้งแต่อายุ30
#วันอัลไซเมอร์โลก #คลินิกสมองใส


ข้อมูลเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุสำคัญและพบได้บ่อยที่สุดของการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุช่วง 65-70 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีโอกาสพบว่ามีภาวะสมองเสื่อม โดยสามารถสังเกตอาการเตือนของโรคอัลไซเมอร์ ได้จากอาการหลงลืม จำสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ ถามซ้ำๆเพราะจำไม่ได้ วางของแล้วหาไม่เจอ นอกจากอาการหลงลืมที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะมีปัญหาด้านการสื่อสาร วางแผนหรือตัดสินใจใช้เหตุผลแก้ไขปัญหาไม่ได้ สมาธิไม่ดี มีปัญหาเรื่องทิศทาง เริ่มไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ และบุคลิกภาพของผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางคนจะเปลี่ยนไป จากเดิมร่วมกับมีอาการทางจิตหรือพฤติกรรม โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
เมื่อเป็นโรคนี้แล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงผู้ดูแลที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ หากวินิจฉัยโรคได้เร็วเท่าไร ผู้ป่วยและคนรอบข้างก็จะได้วางแผนการใช้ชีวิต รับมือกับอาการของโรค และรักษาประคับประคองเพื่อชะลอภาวะสมองเสื่อมระยะสุดท้ายให้เกิดขึ้นช้าที่สุดได้

ข้อมูลเกี่ยวกับชมรมสมองใสใจสบาย

ชมรมสมองใสใจสบาย ภายใต้ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นชมรมฯ ที่ไม่แสวงผลกำไรหรือผลประโยชน์เชิงธุรกิจ มุ่งส่งเสริมให้คนในสังคมตระหนักรู้ มีความเข้าใจ และ มีทักษะในการดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพจิตและสุขภาพสมองเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย อีกทั้งยังส่งเสริมการสร้างภาวะสุขภาพจิตที่ดีของสมาชิกของชมรมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น เสวนาวิชาการ ประเด็นทางสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมเชิงปฏิบัติ การสร้างเสริมทักษะในการดูแลสุขภาพสมอง เป็นต้น

Post a Comment

0 Comments

Comments

Ad Code