Ad Code

Recent Posts

Royal Enfield เปิดตัว ‘Obsidian’ รถมอเตอร์ไซค์คัสตอม ระดับโลกรุ่นแรกในงาน Art of Speed 2026 มาเลเซีย

Royal Enfield เปิดตัว ‘Obsidian’ รถมอเตอร์ไซค์คัสตอม
ระดับโลกรุ่นแรกในงาน Art of Speed 2026 มาเลเซีย


  • Obsidian – รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมทรงชอปเปอร์คันเดียวในโลก เผยโฉมเป็นครั้งแรกในระดับโกลบอลที่งาน Art of Speed 2026 ประเทศมาเลเซีย
  • ผลงานคัสตอมสุดสร้างสรรค์จากโครงสร้างพื้นฐานของ Royal Enfield Super Meteor 650 รังสรรค์โดย ‘Padin Musa’ สำนักแต่งชื่อดัง Abah & Sons
  • นับเป็นการเข้าร่วมงานติดต่อกันเป็นปีที่ 4 พร้อมการเปิดตัวรถคัสตอมระดับโกลบอลเป็นครั้งแรกของ Royal Enfield ในประเทศมาเลเซีย
กรุงเทพฯ, 19 สิงหาคม 2569 โรยัล เอ็นฟีลด์ (Royal Enfield) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc – 750cc) ประกาศเปิดตัว ‘Royal Enfield Obsidian’ รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมทรงชอปเปอร์ระดับตำนานแบบคันเดียวในโลกอย่างเป็นทางการในระดับโกลบอล ณ งาน Art of Speed 2026 ประเทศมาเลเซีย โดยผลงานชิ้นเอกนี้รังสรรค์ขึ้นโดย Padin Musa จากสำนักแต่ง Abah & Sons บนพื้นฐานของรุ่น Super Meteor 650

Obsidian คือรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมทรงชอปเปอร์ที่ถูกวิศวกรรมขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ทั้ง ‘งานฝีมืออันประณีต’ และ ‘การใช้งานขับขี่จริงบนท้องถนน’ ตัวรถสร้างขึ้นรอบเครื่องยนต์ทรงพลังของ Super Meteor 650 ผสมผสานกลิ่นอายความคลาสสิกย้อนยุคเข้ากับความน่าเชื่อถือของระบบกลไกสมัยใหม่ ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่ชัดเจน ได้แก่ เรียบง่าย (Simple), เพรียวบาง (Narrow), ทนทาน (Reliable) และ ดูแลรักษาง่าย (Easy to Maintain) โดย Padin Musa เผยว่า ในขณะที่รถคัสตอมจำนวนมากมักเน้นดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวโดดเด่นจนลืมเรื่องการใช้งาน Obsidian กลับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น โดยเน้นความเรียบง่ายในการใช้งานจริง และพร้อมที่จะออกเดินทางไกลบนเส้นทางอันทรหด


นอกเหนือจากเครื่องยนต์ Super Meteor 650 แล้ว ชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดของ Obsidian ได้รับการออกแบบและตีขึ้นใหม่ด้วยมือตั้งแต่ต้นโดย Abah & Sons ช่วงหน้าของตัวรถถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ได้ทรงที่เพรียวบาง คมเข้ม โดดเด่นด้วยล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว และล้อหลังขนาด 18 นิ้ว รอยด้วยดุมล้อสไตล์วินเทจจาก Hallcraft และหุ้มด้วยยางลาย Waveway Tread จากประเทศญี่ปุ่น

คุณ มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ (Manoj Gajarlawar) หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Business Head, Asia Pacific) ของ Royal Enfield กล่าวถึงศักยภาพของตลาดรถคัสตอมในมาเลเซียว่า“รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่เปิดตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นสิ่งยืนยันว่ารถมอเตอร์ไซค์ของ โรยัล เอ็นฟีลด์ คือผืนผ้าใบที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการสร้างสรรค์งานคัสตอม ประเทศมาเลเซียมีศักยภาพสูงมากและเป็นศูนย์รวมของบุคลากรที่มีพรสวรรค์ระดับต้น ๆ ของโลก สิ่งที่ทำให้ Obsidian มีความพิเศษอย่างยิ่ง คือการเป็นตัวแทนของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากรถมอเตอร์ไซค์ของเรา ด้วยกลุ่มผู้ขับขี่ที่เปี่ยมด้วยความหลงใหลทั่วมาเลเซีย เรากำลังสร้างชุมชนที่แข็งแกร่ง ซึ่งมองว่ารถมอเตอร์ไซค์เป็นส่วนขยายของตัวตนและบุคลิกภาพ โครงสร้างของตัวรถที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ของเรานั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ของสำนักแต่งชั้นนำระดับโลก และนอกเหนือจากดีไซน์ที่งดงามแล้ว เรายังมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดด้านศักยภาพ โดยโปรแกรมรถคัสตอมในมาเลเซียนี้ เปิดโอกาสให้เหล่าสำนักแต่งได้แสดงจินตนาการได้อย่างเต็มที่ และช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่ช่างแต่งรถและผู้หลงใหลในสองล้อรุ่นต่อ ๆ ไป”

ความพิเศษของ Obsidian ยังครอบคลุมถึงแฮนด์บังคับสไตล์ชอปเปอร์คลาสสิก พร้อมระบบคันเร่งซ่อนสายภายใน (Internal Throttle) เพื่อความคลีนของรูปทรง ใช้ระบบคลัตช์เท้า (Foot Clutch) ควบคู่กับชุดเกียร์มือ (Jockey Shifter) ที่เพิ่มความเก๋ด้วยหัวเกียร์ซึ่งทำขึ้นจากแผ่นสเกตบอร์ดรีไซเคิล และตามสไตล์ชอปเปอร์แบบดั้งเดิม ตัวรถถูกออกแบบให้ ‘ไม่มีเบรกหน้า’ โดยเน้นพลังการหยุดรถที่ล้อหลังผ่านคอลิปเปอร์เบรกสไตล์วินเทจจาก Performance Machine เพื่อประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจได้


นอกจากนี้ ระบบจ่ายน้ำมันเดิมจากโรงงานยังถูกเปลี่ยนเป็นระบบคาร์บูเรเตอร์คู่แบบคัสตอม (Twin-Carburetor Setup) ซึ่งนอกจากจะให้ลุคคลาสสิกแล้ว ยังช่วยให้ถังน้ำมันมีขนาดแคบลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อประกอบเข้ากับก๊อกน้ำมันวินเทจขนาดกะทัดรัด ตัวรถจึงสะท้อนภาพลักษณ์ของรถชอปเปอร์ทรงแคบอย่างแท้จริง โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะอันทรงพลังและไว้ใจได้ของเครื่องยนต์โรยัล เอ็นฟีลด์

ด้านท้ายของตัวรถติดตั้งพนักพิงหลัง (Sissy Bar) แบบคัสตอมที่ออกแบบให้เรียบง่าย ใช้งานได้จริง และแข็งแรงพอสำหรับมัดกระเป๋าเดินทางในการท่องเที่ยวระยะไกล พร้อมบูรณาการไฟท้ายเข้ากับตัวพนักพิงโดยซ่อนสายไฟไว้ภายในทั้งหมด เพื่อคงความสะอาดตาของเส้นสาย Obsidian จึงเป็นแบบอย่างของงานคราฟต์ที่ใช้งานได้จริง—สร้างขึ้นเพื่อให้ขับขี่และสัมผัสความสุขบนถนนเปิดกว้างอย่างแท้จริง

คุณเอเดรียน เซลเลอร์ส (Adrian Sellers) หัวหน้าฝ่ายคัสตอมและมอเตอร์สปอร์ต โรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวเสริมว่า“มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัฒนธรรมรถคัสตอมที่คึกคักที่สุดในภูมิภาค และเป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับ โรยัล เอ็นฟีลด์ งาน Art of Speed ได้รวบรวมเหล่าช่างแต่งรถที่เคารพในมรดกตกทอด แต่ไม่กลัวที่จะฉีกกฎเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญของโปรแกรมคัสตอมระดับโกลบอลของเรา นั่นคือการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ การเคียงข้างเหล่าช่างแต่งรถ และการแสดงให้เห็นว่า รถมอเตอร์ไซค์ดีไซน์เหนือกาลเวลาสามารถสะท้อนผ่านมุมมองของวัฒนธรรมมาเลเซียได้อย่างไร”


เหนือกว่างานคัสตอม: สัมผัสประสบการณ์ โรยัล เอ็นฟีลด์ ในงาน Art of Speed 2026


บูธของโรยัล เอ็นฟีลด์ นำเสนอประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ โดยผู้เข้าชมงานได้พบกับ:

การแสดงเล่นสเกตบอร์ดบนฮาล์ฟไปป์ (Half-Pipe Skateboarding): นำสเกตบอร์ดของคุณมาปล่อยสเตปและโชว์ท่าทริกที่ดีที่สุดในงาน

บริการสกรีนเสื้อยืดคัสตอมแบบสด ๆ ในงาน: เลือกลายอาร์ตเวิร์กสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก โรยัล เอนฟิลด์ แล้วรับเสื้อกลับบ้านได้ทันที

โซนจัดแสดงไฮไลต์พิเศษ: ชมรถคัสตอมสุดตระการตาอย่าง ‘Carolina Reaper’ ผลงานจากสำนักแต่ง Cheetah Customs ประเทศญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุด และไลน์สินค้าเครื่องแต่งกาย (Apparel) แบบครบครันจาก โรยัล เอ็นฟีลด์

ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกรถคัสตอม ชื่นชอบวัฒนธรรมสเกตบอร์ด หรือเพียงแค่มองหาประสบการณ์ในหนึ่งในเทศกาลยานยนต์และไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พาวิเลียนของ โรยัล เอ็นฟีลด์ มีสิ่งที่พร้อมตอบโจทย์ทุกคนเสมอ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางช่องทางอย่างเป็นทางการของ Royal Enfield Thailand

Facebook: Royal Enfield Thailand | Instagram: Royal Enfield Thailand

TikTok: Royal Enfield Thailand YouTube: Royal Enfield Thailand


เกี่ยวกับ โรยัล เอ็นฟีลด์ (Royal Enfield)

Royal Enfield คือแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก โดยได้สร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีความประณีตงดงามและคงเอกลักษณ์มาตั้งแต่ปี 1901 ด้วยรากฐานจากสหราชอาณาจักร Royal Enfield ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตในเมือง Madras ประเทศอินเดีย ในปี 1955 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ Royal Enfield ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศอินเดีย รถจักรยานยนต์ของ Royal Enfield มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ไม่ซับซ้อน เข้าถึงได้ง่าย และสนุกสนาน เป็นยานพาหนะสำหรับการสำรวจโลกและแสดงออกถึงตัวตน ซึ่งแบรนด์เรียกแนวทางนี้ว่า 'Pure Motorcycling'

ไลน์อัพระดับพรีเมียมของ Royal Enfield ประกอบด้วย Bear 650, Classic 650, Bullet 650 และ Guerrilla 450 Modern Roadster รวมถึง Hunter 350, Meteor 350, Super Meteor 650, Interceptor 650 และ Continental GT 650 ในตระกูล Twin, Shotgun 650, Himalayan 450, Scram 440 ADV Crossover รวมถึงรุ่นอันเป็นตำนานอย่าง Bullet 350, Classic 350 และ Goan Classic 350นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวแบรนด์รถไฟฟ้าเพื่อการเดินทางในเมืองรุ่นใหม่ล่าสุด — Flying Flea — แนวคิดใหม่ด้านการเดินทางในเมืองที่ผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง

Royal Enfield ให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะชุมชนนักขี่และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ ผ่านการจัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และนานาชาติ กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดได้แก่ Motoverse (เดิมชื่อ Rider Mania) งานรวมตัวประจำปีของผู้หลงใหลใน Royal Enfield นับพันคนจากทั่วโลก ณ เมืองโกอา ประเทศอินเดีย และ Himalayan Odyssey การเดินทางประจำปีผ่านเส้นทางที่ท้าทายที่สุด และช่องเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาหิมาลัย

Royal Enfield ในฐานะส่วนหนึ่งของ Eicher Motors Limited บริษัทได้ดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 2,074 แห่ง ครอบคลุมเมืองหลักและเมืองสำคัญทั่วประเทศอินเดีย รวมถึงอีก 1,212 แห่งในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ Royal Enfield ยังมีศูนย์เทคนิคระดับโลก 2 แห่ง ได้แก่ Bruntingthorpe สหราชอาณาจักร และเจนไน ประเทศอินเดีย พร้อมด้วยโรงงานผลิตที่ทันสมัย 3 แห่งในเมือง Cheyyar, Oragadam และ Vallam Vadagal ใกล้เมืองเจนไน และมีโรงงานประกอบ CKD ที่ทันสมัยอีก 7 แห่งทั่วโลก ได้แก่ในบังกลาเทศ เนปาล บราซิล (2 แห่ง) ไทย อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย

Post a Comment

0 Comments

Comments

Ad Code