“โคคา-โคล่า” ชวนรีไซเคิลให้สนุก ในโครงการ
“โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปีที่ 6
ผนึกพันธมิตรขยายพื้นที่ พร้อมลุ้นรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท
เลสลี่ ชอง รองประธานฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า
ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกใต้ (ซ้าย) และ นายณัฐภัค อติชาตการ
ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) (ขวา)
กรุงเทพฯ, 29 มิถุนายน 2569 – กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่าในประเทศไทย อันประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง กับโครงการ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปีที่ 6 ภายใต้ความร่วมมือกับ แทรชลัคกี้ (Trash Lucky) พร้อมยกระดับแคมเปญในปีนี้ ด้วยการขยายเครือข่ายพันธมิตรรีเทลรายใหม่อย่าง ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ร่วมเป็นจุดรับวัสดุรีไซเคิลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 5 สาขา และเพื่อให้การรีไซเคิลสะดวกมากกว่าที่เคยได้มีการขยายจุดรับวัสดุรีไซเคิลไปยัง จ.ขอนแก่น และ จ.ระยอง ต่อยอดสู่ร้านค้าส่งในท้องถิ่น ผ่านการผนึกกำลังกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยร่วมมือกับร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบรายใหญ่ อย่าง เกียรติสิน แสงทองซูเปอร์เซ็นเตอร์ และ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร เพื่อผู้ประกอบการ นอกจากนี้ พันธมิตรดั้งเดิมยังร่วมเดินหน้าสานต่อโครงการในปีนี้ อาทิ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ที่ดูแลการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET แบบวงจรปิด และ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด (TBC) ที่สนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมแบบวงจรปิด เพื่อหมุนเวียนทรัพยากรอย่างยั่งยืน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” และผู้นำธุรกิจค้าปลีก “โลตัส” เดอะมอลล์ กรุ๊ป บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ท็อปส์ (TOPS) โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) และศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต สนับสนุนจุดรับวัสดุรีไซเคิลรวมกว่า 90 จุด พิเศษขึ้นอีกขั้น สำหรับทุกท่านที่ร่วมรีไซเคิลในปีนี้ LINE MAN มอบโค้ด LINE MAN VIP Member จำนวน 3,000 สิทธิ์ ให้ทุกคนได้เอนจอยกับส่วนลดที่มากมายครอบคลุมบริการทั้งหมดในแอปฯ
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการฯ ปีนี้ คือการสร้างการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมให้ความรู้ด้านการรีไซเคิลในมหาวิทยาลัย รวมถึงกิจกรรม on-ground ที่จะร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรในโครงการ ที่จะให้ทุกคนได้เรียนรู้การรีไซเคิลอย่างสนุกสนานพร้อมลุ้นรางวัลพิเศษตลอดโครงการในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงธันวาคม 2569
เลสลี่ ชอง รองประธานฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า “ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการ ‘โค้ก’ ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ได้เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่จำนวนผู้เข้าร่วมรีไซเคิล และจำนวนวัสดุรีไซเคิลที่เรารวบรวมส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เราไม่เพียงสร้างความตระหนักรู้ แต่ยังคงเน้นให้เกิดการลงมือทำ ด้วยการส่งเสริมให้การรีไซเคิลเป็นเรื่องไม่ยุ่งยากและสนุก อีกทั้งเรายังเดินหน้าขยายพื้นที่วางจุดรับวัสดุรีไซเคิล ผ่านความร่วมมือกับเหล่าพันธมิตร เพื่อผลักดันให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ได้อย่างยั่งยืนในวงกว้าง”
นายณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) “บทบาทสำคัญของแทรชลัคกี้คือการเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมผู้บริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้สะดวกและเข้าถึงง่ายที่สุด ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่เห็นโครงการเติบโตขึ้นในแต่ละปี นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน เรารวบรวมขวดพลาสติก PET นำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลผ่านโครงการฯ รวม 51,701 กิโลกรัม หรือเท่าขวดพลาสติกขนาด 2.3 ล้านขวด ในปีนี้เราขยายจุดรับวัสดุรีไซเคิลรวมกว่า 90 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างจังหวัด นอกจากนี้ เราได้บริจาคเงินที่ได้จากการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมในโครงการจำนวนกว่า 120,000 บาท ให้กับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์กรที่ผลิตและบริจาคขาเทียมให้กับผู้พิการแขนขาที่ขาดแคลนนับเป็นการสร้างคุณค่าทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน”
ผู้สนใจสามารถส่งวัสดุรีไซเคิลเข้าร่วมโครงการเพื่อลุ้นรางวัลได้ง่าย ๆ เพียงสมัครผ่าน LINE OA @TrashLucky เพื่อรับ Trash Lucky ID จากนั้นแยกและแพ็ควัสดุรีไซเคิลใส่ถุงขยะตามประเภท เช่น พลาสติก แก้ว กระดาษ และโลหะ ติดชื่อ-นามสกุลและ Trash Lucky ID ก่อนนำไปหย่อนลงถังที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลของโครงการกว่า 90 จุด เพื่อสะสมแต้มแล้วนำไปแลกเป็นสิทธิ์ลุ้นรางวัล
โครงการ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปีที่ 6 ชวนคนไทยร่วมรีไซเคิลและลุ้นรางวัลมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป ทองคำ และแก็ดเจ็ตเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ รวมถึงสิทธิพิเศษจาก LINE MAN มอบ LINE MAN VIP Member ซึ่งมาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ ส่วนลดค่าส่ง, ดีลและโปรโมชันเฉพาะสมาชิก, สิทธิ์เข้าถึงแคมเปญพิเศษก่อนใคร และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ภายในแอปพลิเคชัน พร้อมลุ้นเพิ่มต่อที่สอง รางวัลใหญ่ท้ายโครงการ รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้การรีไซเคิลเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงได้ และทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยแคมเปญจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ของ Coca-Cola Thailand และ Trash Lucky รวมถึงสามารถตรวจสอบจุดรับวัสดุรีไซเคิลใกล้บ้านได้ที่: Trash Lucky Drop off Locations
###
พันธมิตรในโครงการ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปีที่ 6
• พันธมิตรรีเทล
o บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุกิจค้าปลีกในรูปแบบของ "ไฮเปอร์มาร์เก็ต" มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรโลก เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างธุรกิจกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ร่วมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 10 สาขา ได้แก่ คู้บอน, อิสรภาพ, สะพานควาย, บางนา, ติวานนท์, อ่อนนุช, ลาดพร้าว 2, บางปะกอก, ดอนเมือง และวงศ์สว่าง
o ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ธุรกิจค้าปลีกชุมชนสัญชาติไทยที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ ราคาถูก ครบครัน คุ้มค่า ภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก คุ้ม” พร้อมสร้างคุณค่าให้กับชุมชนท้องถิ่นผ่านการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซีเจ มอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการขยะและการส่งเสริมพฤติกรรมการรีไซเคิลในระดับชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนขององค์กร จึงร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรของโครงการดังกล่าว พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลรวม 5 จุด ได้แก่ สขาซอยเคหะร่มเกล้า 64, แยกประเวศ, ลาซาล 50, สาขา สน.อุดมสุข และกิ่งแก้ว 25/1 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการคัดแยกและส่งต่อวัสดุรีไซเคิลได้ง่ายยิ่งขึ้น และร่วมสนับสนุนของรางวัลคูปองแลกซื้อสินค้า กว่า 300 รางวัล เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
o โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เชี่ยวชาญด้านการคัดสรรสินค้าคุณภาพมาตรฐานในราคาคุ้มค่าจากแหล่งผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำเสนอทางเลือกที่ ‘สด ครบ คุ้ม’ ครอบคลุมในทุกด้าน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำสาขา เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของธุรกิจคุณ ภายใต้พันธกิจ “ความสำเร็จคุณ เป้าหมายเรา” นอกจากนี้ โก โฮลเซลล์ ยังรวมถึง GO WHOLESALE ให้ความสำคัญกับถึงการสนับสนุนด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง สังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เช่น การใช้พลังงานทดแทน การลดปริมาณขยะอาหาร (Food Waste) การลดการใช้พลาสติก การรับซื้อผลิตผลจากเกษตรกรท้องถิ่น เป็นต้น รวมถึงการจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล 7 จุด ได้แก่ สาขาพระราม 2, ศรีนครินทร์, รามคำแหง, เจริญราษฎร์ รังสิต โดยในปีนี้ได้ขยายไปยังต่างจังหวัด ในจังหวัดขอนแก่น และระยอง
o ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ศูนย์การค้าที่รวบรวมความบันเทิงระดับโลกไว้สำหรับชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เราไม่เพียงแต่มุ่งเน้นนำเสนอสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อป นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเท่านั้น แต่เรายังได้ผนวกแนวคิดเรื่องความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานของบริษัทเช่นกัน ศูนย์การค้าจังซีลอนจึงได้ร่วมเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรในการขยายขอบเขตกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอันสร้างสรรค์สู่ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น ผ่านการร่วมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล 1 จุดในพื้นที่อาคารจอดรถชั้น G ภายในศูนย์การค้า
o บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” และผู้นำธุรกิจค้าปลีก “โลตัส” ห้างค้าปลีกผู้นำด้านความยั่งยืน ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและเข้าถึงชุมชน สนับสนุนโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเป็นตัวกลางช่วยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์กลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลได้โดยสะดวก เพื่อสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่โลตัส 16 สาขา ได้แก่ สาขาพระราม 2, มีนบุรี, แจ้งวัฒนะ, บางกะปิ, ลาดพร้าว, พระราม 1, วังหิน, ปิ่นเกล้า, พัฒนาการ ลาดกระบัง, เลียบคลองสอง, จรัญสนิทวงศ์, รัตนาธิเบศร์ และสายไหม 56 และสาขาต่างจังหวัด คือ โลตัสภูเก็ต และโลตัส หาดใหญ่ 2 สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโลตัสที่ มุ่งลดปริมาณขยะและของเสียที่นำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การช่วยให้ลูกค้าและประชาชนสามารถคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับเข้าระบบเพื่อการรีไซเคิล ผ่านสาขาของโลตัส โดยร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ความสำเร็จ
o บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress ด้วยเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นธุรกิจพลังงานที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 พร้อมส่งมอบพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบทางสังคม พร้อมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์จำนวน 29 สาขา ได้แก่ ดอนเมือง, กาญจนาภิเษก, ถนนเพชรเกษม 2/1, พระราม 3, ทวีวัฒนา, ทุ่งครุ, บางนา-ลาซาล, ถนนบรมราชชนนี ซอย 30, ถนนจันทน์ ซอย 23, ถนนกัลปพฤกษ์, ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ซอย 42, ลาดพร้าว 81, ใกล้อาคารอิตัลไทยทาวเวอร์, หาดใหญ่ (ถนนพังงา), ใกล้ถนนนวมินทร์ 56, ใกล้ถนนวังหิน ซอย 82, ถนนงามวงศ์วาน, หนองแขม, อ่อนนุช ซอย 35, ถนนเกษมราษฎร์ ตรงข้ามโลตัสพระราม 4, ประเวศ, ถนนพระราม 5, ถนนราชพฤกษ์ใกล้แยกพรานนก, สะพานสูง, ถนนรามอินทรา ข้างซอย 6/1, ถนนศรีนครินทร์, สุขุมวิท 71, ธนบุรี-ท่าพระ และถนนกาญจนวนิช ซอย 17
o กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการจุดหมายปลายทางระดับโลก ตอกย้ำองค์กรต้นแบบที่มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับการดูแลผู้คน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง Siam Piwat Way โดยในปีนี้สยามพิวรรธน์ยังคง้ร่วมเป็นพันธมิตรกับโครงการฯ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนให้กับคนไทย สอดคล้องกับพันธกิจในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าผ่านโครงการ Siam Piwat 360◦ Waste Journey to Zero Waste ซึ่งสร้างการมีส่วนร่วมให้กับพนักงาน ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน 1 จุด บริเวณชั้น B1 ฝั่ง Jewel เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนในการรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน
o เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะ GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นห้างสรรพสินค้ารักษ์โลกและเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ รามคำแหง, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และเอ็มควอเทียร์
o ท็อปส์ (TOPS) ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศไทย โดยบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับพรีเมียม จากทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด "Food Discovery & Destination ดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจของการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ท็อปส์เล็งเห็นว่า โครงการดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับนโยบาย 12 Missions to Sustainable Retail เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Small Acts Together พลังเล็ก ๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน จึงให้การสนับสนุนและเข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรของโครงการดังกล่าว โดยร่วมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลทั้งหมด 6 จุด ได้แก่ ท็อปส์ สาธุประดิษฐ์, ท็อปส์ นาคนิวาส (ลาดพร้าว), ท็อปส์ พัฒนาการ 30, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สุขุมวิท 39, ท็อปส์ เซ็นทรัล สุราษฏร์ธานี และท็อปส์ หาดใหญ่ วิลเลจ จ.สงขลา
o แทรชลัคกี้ ร่วมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล 1 จุด ณ สามเหลี่ยมดินแดง
• พันธมิตรมหาวิทยาลัย
o มหาวิยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตสุราษฎร์ธานีและภูเก็ต), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางขุนเทียน) และมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเมืองทองธานี
• พันธมิตรรีไซเคิล
o บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และพันธมิตรผู้ร่วมบุกเบิกโครงการมาตั้งแต่ปีแรก ในฐานะผู้รีไซเคิลขวดพลาสติก PET ของโครงการฯ รับผิดชอบในการจัดการกับขวด PET ที่รวบรวมมาได้ โดยมีภารกิจหลักในการดูแลกระบวนการรีไซเคิลตั้งแต่ขั้นตอนรวบรวมขวด PET ตลอดจนขั้นตอนการผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่า กระบวนการทั้งหมดผ่านมาตรฐานระดับสูงและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค จากความร่วมมือของทุกพันธมิตร อินโดรามา เวนเจอร์ส เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำขวดพลาสติก PET กลับเข้าสู่วงจรการรีไซเคิลแบบ closed-loop ช่วยลดปริมาณขยะจากขวดพลาสติกและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
o บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด (TBC) เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมชั้นนำของประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรในกิจกรรมการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ โดยที่กระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมที่ผ่านการบริโภคแล้วจะถูกส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลแบบทั้งใบโดยไม่ต้องแยกชิ้นส่วนใดๆ สู่ระบบรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่หมุนเวียนกระป๋องให้กลับมาเป็นกระป๋องใบใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด โดยไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ที่มีกระบวนการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมในรูปแบบวงจรปิดอย่างครบวงจรภายในประเทศ ทั้งนี้ การรีไซเคิลกระป๋องเพื่อผลิตเป็นกระป๋องใบใหม่ยังช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตลงกว่า 97% เมื่อเทียบกับการผลิตจากวัตถุดิบใหม่ ซึ่งความร่วมมือในกิจกรรมนี้ยังส่งเสริม “โคคา-โคล่า” ทั้งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมข้างต้น และด้านสังคม โดยการส่งมอบมูลค่าจากการรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมจากโครงการฯ เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นกระป๋องใบใหม่ และร่วมบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผ่านโครงการ Recycle for Life เพื่อผู้พิการขาขาด ภายใต้ TBC ที่เป็นหนึ่งในภาคีหลักของโครงการฯ โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมส่งกระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมใช้แล้วมาร่วมโครงการฯ กว่า 930 กิโลกรัม
• พันธมิตรผู้สนับสนุนของรางวัล
o บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งของพันธมิตรในการส่งเสริมความยั่งยืน เราเข้าใจถึงความสำคัญของปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะให้น้อยลง ผ่านการมอบสิทธิ์ LINE MAN VIP Member ซึ่งมาพร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ ส่วนลดค่าส่ง, ดีลและโปรโมชันเฉพาะสมาชิก, สิทธิ์เข้าถึงแคมเปญพิเศษก่อนใคร และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ภายในแอปพลิเคชัน LINE MAN จำนวน 3,000 สิทธิ์ (1 สิทธิ์ต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งาน) ให้แก่ผู้เข้าร่วมรีไซเคิลในโครงการ และอีก 3,000 สิทธิ์ ในกิจกรรม on-ground ตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการรีไซเคิลและร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน
###
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้รับผิดชอบในกิจกรรมการตลาด และสองบริษัทพันธมิตรผู้ผลิตและจำหน่าย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบ 63 จังหวัด ทั่วประเทศ และ บมจ. หาดทิพย์ รับผิดชอบใน 14 จังหวัดภาคใต้
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทยดำเนินงานเคียงคู่สังคมไทยมากว่า 77 ปี ในฐานะผู้นำในตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ นอกเหนือจากแบรนด์ โคคา-โคล่า แล้วผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ยังประกอบไปด้วย “โค้ก”, “แฟนต้า”, “สไปรท์”, “ชเวปส์”, “เอแอนด์ดับบลิว” รูทเบียร์ รวมถึงน้ำส้ม “มินิทเมด สแปลช”, “มินิทเมด พัลพิ”, “น้ำดื่มน้ำทิพย์”, และ “ชเวปส์" มิกซ์”








0 Comments