ประเทศไทย จัดงาน TECH DAY 2026
ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Intelligent Mobility
และพลังงานแห่งอนาคต
พร้อมยกระดับระบบนิเวศยานยนต์
พลังงานใหม่ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 29 มิถุนายน 2569 – CHERY Group และ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) จัดงาน TECH DAY 2026 ณ centralwOrld PULSE ชั้น 7–8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ระบบจอดรถอัจฉริยะ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยยุคใหม่
TECH DAY 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ CHERY Group ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก จากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ สู่การสร้างคุณค่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย งานดังกล่าวสะท้อนถึงการต่อยอดรากฐานเทคโนโลยีระดับโลกของ CHERY Group เพื่อรองรับทิศทางการเดินทางแห่งอนาคตของประเทศไทย ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับยานยนต์อัจฉริยะ ความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัย และสมรรถนะที่ตอบโจทย์สภาพการขับขี่จริงในทุกมิติ
ภายในงาน CHERY Group ได้นำเสนอรากฐานเทคโนโลยีหลักขององค์กร ภายใต้ 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Mars Architecture, Kunpeng Power, Lingxi Smart Cockpit, Falcon Pilot และ Galaxy Ecosystem ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่และระบบการเดินทางอัจฉริยะ รองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
SIVP สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม วางแผนเส้นทางการจอด และควบคุมการทำงานของรถยนต์ในขั้นตอนสำคัญ ทั้งการเลี้ยว การเร่ง การเบรก และการจอดรถภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ช่วยลดความซับซ้อนในการจอดรถในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล หรือโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ช่องจอด และสภาพการจราจรที่หนาแน่น
ควบคู่กันนี้ CHERY Group ยังได้ถ่ายทอดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ที่ให้ความสำคัญกับการรับรู้สภาพแวดล้อม การตัดสินใจอย่างแม่นยำ ความปลอดภัย และการควบคุมรถยนต์อย่างนุ่มนวล เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย เชื่อมต่อ และไร้รอยต่อในทุกมิติ
ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญระดับยุทธศาสตร์ของ CHERY Group สำหรับการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้งานจริง โดยผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบ SIVP มีกำหนดเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปี 2569 ขณะที่บริษัทฯ ได้เริ่มทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีดังกล่าวในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน สภาพแวดล้อม และรูปแบบการเดินทางของผู้บริโภคชาวไทย อันเป็นการตอกย้ำแนวทาง "Global Technology, Local Validation" ที่ CHERY Group ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
ในด้านพลังงานใหม่ CHERY Group ได้นำเสนอ Kunpeng Power เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนหลักขององค์กร ซึ่งรองรับทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง Super PHEV, Super REEV และ Super HEV เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเดินทางระยะไกล
ภายในงานยังมีการนำเสนอ JAECOO 6T REEV ที่สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีพลังงานใหม่ของ CHERY Group ผ่านการผสานประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับความมั่นใจในการเดินทางระยะไกล โดยระบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแหล่งขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการทำงานของแบตเตอรี่และมอเตอร์ ช่วยลดความกังวลด้านระยะทางการเดินทาง (Range Anxiety) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ และตอบสนองได้อย่างฉับไวในแบบรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านยานยนต์ CHERY Group ยังได้เผยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานใหม่ในประเทศไทย ครอบคลุมการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง BEV, PHEV, REEV และรถกระบะพลังงานใหม่ในอนาคต ควบคู่ไปกับโซลูชันด้านพลังงานครบวงจร ทั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน แผงโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
นายเซดริก ชุย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ CHERY Group และงาน TECH DAY 2026 ในครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นดังกล่าว การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในตลาดแรกสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมระบบ SIVP ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นั้น เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อศักยภาพของตลาดไทย รวมถึงความพร้อมของผู้บริโภคไทยในการเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สิ่งที่เรานำเสนอในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเผยโฉมเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้าน Intelligent Mobility อย่างครบวงจร ที่ต่อยอดจากรากฐานเทคโนโลยีระดับโลก ผสานเข้ากับการพัฒนาและทดสอบภายใต้บริบทการใช้งานจริงของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมที่เราส่งมอบสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิต การเดินทาง และความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง เป้าหมายของเราคือการสร้างประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ยานยนต์อัจฉริยะ พลังงานใหม่ ไปจนถึงระบบนิเวศแห่งการเดินทางในอนาคต เพื่อมอบความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และคุณค่าที่มากกว่าการเดินทาง ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนอนาคตของ Intelligent Mobility ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
***
เกี่ยวกับ CHERYCHERY Automobile Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศจีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนายานยนต์ระดับโลกที่มีบุคลากรมากกว่า 25,000 คน รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์แบบบูรณาการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอีกมากมาย CHERY มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในหลายประเทศ อาทิ จีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล CHERY ถือเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคัน เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ ชิ้นส่วน CKD เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ไปทั่วโลก
ปัจจุบัน CHERY ดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลกครอบคลุม 110 ประเทศ และตั้งโรงงานในต่างประเทศ 16 แห่ง มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 2,680 แห่ง มีผู้ใช้เกือบ 17.72 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวน 5.5 ล้านคนนอกประเทศจีน นอกจากนี้ CHERY ยังครองอันดับหนึ่งในด้านการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากประเทศจีนเป็นเวลา 22 ปีติดต่อกัน
เกี่ยวกับ OMODA & JAECOO
OMODA & JAECOO ผู้พัฒนาแบรนด์รถยนต์ส่วนบุคคล ภายใต้บริษัท CHERY Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานใหม่ พร้อมนำเสนอยานยนต์พลังงานใหม่ทางเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV, HEV และอื่น ๆ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น เติบโตอย่างรวดเร็วใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก มีผู้ใช้ทั่วโลกเกิน 410,000 คน โดยเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2567












0 Comments