Ad Code

Recent Posts

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว “Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition” รถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษหนึ่งเดียวในโลก พร้อมเปิดลงทะเบียนร่วมงาน The Distinguished Gentleman’s Ride 2026 อย่างเป็นทางการ


ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว
“Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition”
รถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษหนึ่งเดียวในโลก
พร้อมเปิดลงทะเบียนร่วมงาน
The Distinguished Gentleman’s Ride 2026 อย่างเป็นทางการ

  • ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ในฐานะพันธมิตรรถจักรยานยนต์อย่างเป็นทางการของงาน The Distinguished Gentleman’s Ride ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition คันเดียวในโลก สำหรับมอบเป็นรางวัลใหญ่ประจำปี 2026
  • ล่าสุดเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน The Distinguished Gentleman’s Ride ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026
  • ในปี 2025 ที่ผ่านมา งาน The Distinguished Gentleman’s Ride มีผู้เข้าร่วมกว่า 127,000 คน จากมากกว่า 108 ประเทศทั่วโลก
  • ผู้ขับขี่สามารถเลือกเข้าร่วม Team Triumph เพื่อรวมกลุ่มคนรักรถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิก และแฟน ๆ ของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์
ล่าสุดการลงทะเบียนร่วมงาน เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ ประจำปี 2026 (The Distinguished Gentleman’s Ride 2026) หรือ DGR ได้เปิดขึ้นแล้ว พร้อมกันนี้ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้เผยโฉมรถจักรยานยนต์สำหรับรางวัล Gentlefolk สุดพิเศษ โดยเป็น Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition รถจักรยานยนต์คัสตอมคันเดียวในโลก ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่องานปีนี้เท่านั้น


กิจกรรม DGR 2026 เตรียมจัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 เป็นการรวบรวมนักขี่รถจักรยานยนต์ทั่วโลก เพื่อระดมทุนสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพจิตของผู้ชายและการวิจัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยในปี 2025 มีนักขี่ 127,000 คนเข้าร่วมใน 1,038 เส้นทางใน 108 ประเทศ ระดมทุนได้มากถึง 7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มอบให้มูลนิธิ Movember ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของกิจกรรม ซึ่งไทรอัมพ์ยังคงให้การสนับสนุนกิจกรรมการกุศลระดับโลกนี้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีแห่งการขับขี่อย่างมีสไตล์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้รังสรรค์รถจักรยานยนต์สุดพิเศษ ได้แก่ Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition คันนี้ขึ้น ในฐานะรางวัล Gentlefolk โดยจุดเด่นสำคัญคือเบาะนั่งที่หุ้มด้วย Harris Tweed แบบสั่งทำพิเศษ ซึ่งเป็นผ้าทอมือแท้ที่ได้รับการรับรองจากหมู่เกาะ Outer Hebrides วัสดุที่สะท้อนเอกลักษณ์สไตล์ของผู้เข้าร่วมงาน DGR ทั่วโลกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมกราฟิกพิเศษและแผ่นป้ายหมายเลขเฉพาะรุ่น เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี ของการแต่งกายสไตล์ Dapper ที่เรียบหรูดูดี รวมถึงใบรับรองผลิตภัณฑ์ของแท้อีกด้วย

โฆษกจาก Harris Tweed Authority กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นผลิตภัณฑ์ Harris Tweed ถูกนำมาใช้ในลักษณะนี้ สำหรับการสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์รางวัล Gentlefolk เช่นเดียวกับที่ The Distinguished Gentleman’s Ride และ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้นำเสนอเอกลักษณ์ด้านสไตล์และคุณภาพสู่สายตาทั่วโลก ซึ่งผ้า Harris Tweed® ของเราก็เป็นผ้าทอมือจากหมู่เกาะ Outer Hebrides ที่ได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ระดับสากลของงานฝีมือ สะท้อนประเพณี และคุณภาพที่ยืนยาว เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์คันนี้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการระดมทุน พร้อมเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับโลก และพลังของผู้ขับขี่จากทั่วทุกมุมโลก”

การแข่งขัน Gentlefolk

รางวัล Gentlefolk จะมอบให้ผ่านการจับรางวัลแบบสุ่ม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมที่มีสิทธิ์ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการลุ้นรับรถจักรยานยนต์ Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition คันเดียวในโลก ดังนั้นการเข้าร่วมผู้ขับขี่ต้องลงทะเบียนผ่าน gentlemansride.com และทำกิจกรรมเพื่อปลดล็อกตราสัญลักษณ์ DGR ทั้ง 4 รายการให้ครบก่อนที่แคมเปญจะสิ้นสุด ได้แก่
  1. กรอกข้อมูลโปรไฟล์ผู้ขับขี่ให้ครบถ้วน
  2. บริจาคเงินด้วยตนเอง
  3. บริจาคให้กับผู้เข้าร่วมคนอื่นแบบสุ่ม เพื่อรับตรา ‘Pay It Forward’
  4. ระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 250 ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อปลดล็อกครบทั้ง 4 ตราสัญลักษณ์แล้ว ผู้ขับขี่จะถูกลงทะเบียนเข้าสู่การจับรางวัลโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าร่วมที่ลงทะเบียนแล้วจากทุกที่ทั่วโลก ต่างมีโอกาสเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ DGR คัสตอมพิเศษคันนี้ได้

นอกเหนือจากรางวัล Gentlefolk ไทรอัมพ์ยังจะมอบรถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิกรุ่นใหม่ให้กับผู้ระดมทุนสูงสุด 3 อันดับแรกทั่วโลก เพื่อกระตุ้นให้นักขี่ทุกคนมาร่วมระดมทุนและสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนโครงการของมูลนิธิ Movember ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตผู้คน

Team Triumph


เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม The Distinguished Gentleman’s Ride (DGR) ที่ gentlemansride.com แล้ว ผู้ขับขี่สามารถเลือกเข้าร่วม Team Triumph ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิก และแฟน ๆ ของไทรอัมพ์ทั่วโลก โดยการขับขี่กับ Team Triumph จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าร่วมชุมชนระดับโลกที่เชื่อมโยงกันด้วยจุดมุ่งหมายและสไตล์ พร้อมปลดล็อกรางวัลสุดพิเศษจากไทรอัมพ์ ตลอดจนมีส่วนร่วมโดยตรงในโครงการของมูลนิธิ Movember ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตผู้คน

สำหรับ DGR ปี 2026 แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับนานาชาติของไทรอัมพ์จำนวน 3 คน เป็นกลุ่มแรกที่สมัครเข้าร่วม Team Triumph เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่ทั่วโลก พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมและระดมทุนสนับสนุนเพื่อโรคสุขภาพจิตของผู้ชายและการวิจัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย


João Terra (@oficialjoaoterra)
เผยว่า “ผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการเป็นเจ้าภาพงาน DGR เมื่อปีที่ผ่านมา มันเป็นครั้งแรกของผมในบทบาทเจ้าภาพจัดงาน และเราก็ได้รวมตัวผู้ขับขี่ เพื่อน ๆ และครอบครัวไว้ด้วยกันอย่างมีสไตล์ พร้อมทั้งช่วยสร้างการตระหนักรู้ให้กับประเด็นที่สำคัญนี้ ผมตั้งตารอที่จะได้กลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี 2026 และทำให้งานดียิ่งกว่าปีที่ผ่านมา”


French Fuse (@frenchfusemusic)
จากฝรั่งเศส กล่าวเสริมว่า “รถจักรยานยนต์สวย ๆ ชุดสูทสุดเนี้ยบ และเป้าหมายที่มีความหมาย เมื่อทั้งหมดนี้มารวมกัน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้ว เราภูมิใจที่ได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลานี้กับไทรอัมพ์และออกไปขับขี่รถจักรยานยนต์ร่วมกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง”


Grace Webb (@officialgracewebb)
จากสหราชอาณาจักร แสดงความคิดเห็นว่า “การเข้าร่วมกิจกรรม The Distinguished Gentleman’s Ride กับ Team Triumph นั้นมีความหมายมากกว่าแค่การขี่รถจักรยานยนต์ แต่คือการร่วมมือกัน เพื่อสนับสนุนด้านสุขภาพของผู้ชายและระดมทุนเพื่อการกุศลที่สำคัญอย่างแท้จริง เราภูมิใจที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ให้กับไทรอัมพ์ และช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลง หากคุณรักรถจักรยานยนต์และต้องการสนับสนุนการกุศลที่ดี คุณสามารถเข้าร่วมกับเราและเป็นส่วนหนึ่งได้เช่นกัน”


ไทรอัมพ์ และ เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์


ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการในด้านรถจักรยานยนต์ของ DGR ตั้งแต่ปี 2014 โดยมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการรับรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และท้ายที่สุดคือเพิ่มการระดมทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมอันทรงคุณค่านี้

พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวว่า “นี่เป็นปีที่ 13 ของไทรอัมพ์ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการด้านรถจักรยานยนต์ของงาน DGR ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักขี่รถจักรยานยนต์ที่เต็มไปด้วยสไตล์ เกี่ยวข้องกับชุมชน และมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งงานเมื่อปี 2025 ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยระดมทุนได้ถึง 7.6ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อมอบให้กับโครงการวิจัยของมูลนิธิ Movember ทำให้ยอดรวมที่ระดมได้ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาของงาน DGR อยู่ที่ 60.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งการสนับสนุนจากทีมแอมบาสเดอร์ของไทรอัมพ์ที่ส่งเสริมให้เจ้าของรถไทรอัมพ์ทั่วโลกเข้าร่วมมากขึ้น ผมหวังว่างาน DGR ในปีนี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้นไปอีก”

“สำหรับปี 2026 เราต้องการสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่เป็นการยกย่องจิตวิญญาณของคอมมูนิตี้ The Distinguished Gentleman’s Ride โดย Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition คันเดียวในโลกนี้ ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานฝีมือและเอกลักษณ์ของเหล่าผู้ขับขี่ที่ทำให้งาน DGR เป็นอย่างทุกวันนี้ และในปีนี้ผู้ขับขี่ทุกคนที่ทำตามขั้นตอนครบถ้วนเพื่อร่วมชิงรางวัล Gentlefolk จะมีโอกาสลุ้นรับรางวัลเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ระดมทุนได้มากที่สุดเท่านั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก และผมหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ขับขี่จำนวนมากมาสมัครและเข้าร่วมกิจกรรม”

มาร์ค ฮาววา ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการเดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ (The Distinguished Gentleman’s Ride) กล่าวว่า “ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ The Distinguished Gentleman’s Ride เมื่อเราก้าวเข้าสู่การจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 นี่คือระยะเวลา 15 ปี แห่งการรวมพลังของคอมมูนิตี้ระดับโลก ที่เชื่อมโยงกันด้วยสไตล์ จุดมุ่งหมาย และความตั้งใจร่วมกันในการยกระดับสุขภาพของผู้ชาย จากจุดเริ่มต้นของการขับขี่เล็ก ๆ ในวันนั้น ได้เติบโตสู่การเคลื่อนไหวระดับโลกในวันนี้ โดยมีผู้ขับขี่นับแสนคนจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมกันระดมทุนและสร้างการตระหนักรู้ให้กับการวิจัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และสุขภาพจิตของผู้ชายอย่างต่อเนื่อง

“พลังของ DGR สะท้อนถึงความหลงใหลและความเอื้อเฟื้อของคอมมูนิตี้ของเรา ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวไปไกลยิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี และการสนับสนุนจากไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเส้นทางนี้ การมอบรถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษ Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition ที่มีเพียงคันเดียวนี้ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับผู้ระดมทุน ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณของเหล่านักขี่ แต่ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้คนทั่วทั้งคอมมูนิตี้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำว่าทุกความพยายามล้วนมีคุณค่า และทุกคนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้”

SPEED TWIN 1200 CAFE RACER DGR EDITION


ได้รับแรงบันดาลใจจากรถคาเฟ่เรเซอร์สไตล์อังกฤษดั้งเดิมในยุค 1960 รุ่นพิเศษนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Speed ​​Twin 1200 Cafe Racer Edition และมาพร้อมเบาะนั่งทรงกระสุนทำขึ้นจาก Harris Tweed® มีแฮนด์บาร์แบบคลิปออน กราฟิกและป้ายหมายเลขครบรอบ 15 ปี ของการแต่งกายสไตล์ Dapper ที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงใบรับรองผลิตภัณฑ์ของแท้

อีกทั้งด้านรูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตสุดหรู โดดเด่นด้วยท่าทางการขับขี่ที่ต่ำและกระชับมือ ซึ่งเกิดจากแฮนด์แบบคลิปออนรูปทรงเบาะนั่งเดี่ยวทรงกระสุนที่เพรียวบาง และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างประณีตทั่วทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างแบบติดปลายแฮนด์ช่วยเสริมรูปทรงที่ดูสะอาดตา ฝาครอบคลัตช์และฝาครอบอัลเทอร์เนเตอร์ ที่มาพร้อมตราสัญลักษณ์ไทรอัมพ์ ฝาครอบน็อตหัวกระบอกสูบสีดำ และแผ่นรองเข่าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มรายละเอียดที่ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น เพื่อเติมเต็มลุคให้สมบูรณ์แบบ Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition จึงใช้โทนสีสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถของอังกฤษ โดยผสมผสานสี Competition Green & Aluminium Silver เข้ากับล้ออัลลอยสี Aluminium Silver และโคมไฟหน้าสี Competition Green ที่เข้ากันกับตัวรถ

เช่นเดียวกับ Speed ​​Twin 1200 RS ดังนั้น Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition ก็พร้อมส่งมอบลักษณะการขับขี่ที่คล่องตัว ที่ได้รับการสนับสนุนจากระบบกันสะเทือนระดับสูงสุด โดยใช้โช้คหน้า Marzocchi ที่ปรับได้เต็มที่ จับคู่กับโช้คหลัง Öhlins ด้านระบบเบรก ประกอบด้วยคาลิปเปอร์คู่ Brembo Stylema ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 320 มม. ขณะที่ยาง Metzeler Racetec RR K3 ประสิทธิภาพสูงติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจได้ พร้อมความรู้สึกในการตอบสนองอย่างสม่ำเสมอที่คันเบรก

ขุมพลังขับเคลื่อนมาจากเครื่องยนต์สูบคู่ Bonneville ขนาด 1200 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัดสูงของไทรอัมพ์ ให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 7,750 รอบต่อนาที ถ่ายทอดพลังได้ต่อเนื่องและเร้าใจจนถึงขีดจำกัดรอบที่ 8,000 รอบต่อนาที เอกลักษณ์ของลำดับการจุดระเบิดแบบ 270 องศา ผสานเพลาข้อเหวี่ยงน้ำหนักเบา ช่วยให้การตอบสนองคันเร่งฉับไวและมอบการส่งกำลังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ในขณะที่แรงบิดสุดแข็งแกร่งยังคงอยู่ตลอดช่วงรอบเครื่องยนต์ โดยมีค่าสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 112 นิวตันเมตร

สำหรับประเทศไทยผู้ขับขี่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน DGR 2026 ได้ที่ gentlemansride.com หรือสอบถามได้ที่โชว์รูมไทรอัมพ์ทั่วประเทศ ตลอดจนดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์รุ่น Speed Twin 1200 Café Racer DGR Edition ได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1902 และเพิ่งฉลองครบรอบ 120 ปี แห่งการเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไปในปี 2022 เป็นเวลากว่าสามทศวรรษที่ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ซึ่งมีฐานการผลิตใน Hinckley, Leicestershire และได้มีการผลิตรถจักรยานยนต์ที่เป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นการผสมผสานดีไซน์ คุณลักษณะ เสน่ห์ และสมรรถนะเฉพาะตัวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

เรื่องราวความสำเร็จระดับโลกของแบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษ

ยอดขายรถจักรยานยนต์ทั่วโลกสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 141,683 คัน ในปีงบประมาณล่าสุดของไทรอัมพ์ (ปีงบประมาณ 2568: กรกฎาคม 2567-มิถุนายน 2568) ผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 950 รายใน 68 ประเทศ ตอกย้ำสถานะของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ในฐานะผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ

ในปัจจุบัน ไทรอัมพ์ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 3,000 คน และมีสาขาตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร อเมริกาเหนือ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น สวีเดน (สแกนดิเนเวีย) เบเนลักซ์ บราซิล อินเดีย จีน และไทย รวมถึงเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายอิสระ ไทรอัมพ์ มีโรงงานผลิตอยู่ใน Hinckley, Leicestershire และประเทศไทย รวมถึงโรงงาน CKD ในบราซิลและอินเดีย

กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโลก

ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในสิ่งที่นักบิดทั่วโลกกำลังมองหา ความหลงใหลในการส่งมอบการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าทุกคน และความใส่ใจในรายละเอียดที่มอบรถจักรยานยนต์คุณภาพสูงสุด Triumph นำเสนอรถจักรยานยนต์ชั้นนำประเภทต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ครอบคลุม รถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิก โรดสเตอร์ และรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ ตั้งแต่ TR-Series 400cc ที่สามารถเข้าถึงได้ไปจนถึง Rocket 3 ที่มีเครื่องยนต์ 2500cc อันทรงพลัง ทุกรุ่นมีสไตล์ คุณภาพ และสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์

มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน คล่องตัว และมั่นใจสำหรับผู้ขับขี่ทุกเพศทุกวัยและทุกระดับประสบการณ์ Speed ​​400 และ Scrambler 400 X เปิดตัวในปี 2023 พร้อมแพลตฟอร์มเครื่องยนต์เดี่ยวใหม่ล่าสุด (TR-Series) มอบความคุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อและนำ Triumph ไปสู่ผู้ขับขี่รุ่นใหม่ ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้ขยายเพิ่มรวมถึง Scrambler 400 XC

Modern Classics มาพร้อมเครื่องยนต์สูบคู่ Bonneville ในตำนานของ Triumph ที่ตั้งชื่อ เพื่อเฉลิมฉลองสถิติความเร็วบนบกของ Triumph ในปี 1956 บน Bonneville Salt Flats ในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา Bonneville เป็นรถซูเปอร์ไบค์สัญชาติอังกฤษดั้งเดิมและเป็นผู้ชนะการแข่งขัน โดยได้รับเลือกจากนักขี่รถจักรยานยนต์ชื่อดังในอดีต ที่มีความโดดเด่นด้านการควบคุมและสไตล์ ปัจจุบัน รถตระกูล Bonneville ได้รับการพัฒนา โดยมีเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก และสไตล์คัสตอมสุดเท่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย Bonneville Bobber, Speedmaster, Thruxton RS, Speed ​​Twin 900, Speed ​​Twin 1200, Scrambler 900, Scrambler 1200 และ Bonneville T120 และ T100 อันเป็นเอกลักษณ์

ตระกูล Roadsters เริ่มต้นด้วย Trident 660 และ Daytona 660 ที่คล่องตัวและเป็นที่นิยม ตามด้วย Street Triple 765 และปิดท้ายด้วย Speed ​​Triple 1200 RS และ RX สำหรับนักขี่ในกลุ่ม Adventure Triumph มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ Tigers ระดับตำนานครบทุกรุ่น โดยเริ่มตั้งแต่ Tiger Sport 660 ไปจนถึงกลุ่ม Tiger Sport 800 และ Tiger 900 และสุดท้ายคือกลุ่ม Tiger 1200

การเปิดตัวครั้งแรกของ Triumph ในสนามแข่งขันออฟโรดได้นำมาซึ่งผลงานที่โดดเด่น ด้วยชัยชนะในการแข่งขันและตำแหน่งโพเดียมสำหรับ TF 250-X, TF 450-RC, TF 250-E และ TF 450-E ซึ่งทั้งหมดได้ส่งมอบผลงานในระดับสูงสุดบนเวทีการแข่งขันออฟโรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2025 ยังได้เปิดตัวรุ่น TF 450-X และรุ่นครอสคันทรีใหม่สองรุ่น ได้แก่ TF 250-C และ TF 450-C

ในเดือนตุลาคม 2025 ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับเยาวชนรุ่นแรกของบริษัท ภายใต้ตระกูล Triumph TXP ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของ OSET การร่วมมือกับทีม OSET ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไทรอัมพ์ในปี 2022 นี้ ส่งผลให้เกิดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด 4 รุ่น ที่มาพร้อมสมรรถนะไฟฟ้าที่ปรับได้ ดีไซน์พรีเมียม และฟีเจอร์ความปลอดภัยในตัวสำหรับเด็กอายุเพียง 3 ปีขึ้นไป รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นถูกออกแบบทั้งหมดด้วยเฟรม, โครงสร้าง, การควบคุม และชิ้นส่วน ที่เหมาะสมกับวัยของผู้ขับขี่ ปรับให้เหมาะกับขนาดร่างกายและประสบการณ์การขับขี่ของเด็ก เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยและสนุกสนานที่สุด


ไทรอัมพ์ เรซซิ่ง

Triumph มีประวัติศาสตร์การแข่งรถอันรุ่งโรจน์ โดยเข้าแข่งขันและชนะการแข่งขันในเกือบทุกประเภทและทุกสาขา ซึ่งนับเป็นความสำเร็จด้านการแข่งขันรถจักรยานยนต์สาย Sport นับตั้งแต่การคว้าแชมป์ Isle of Man TT ครั้งที่สองในปี 1908 ไปจนถึงความสำเร็จบนท้องถนนและสนามแข่งในยุค 1960 ทั้งในยุโรปและอเมริกา ไปจนถึงความสำเร็จในการแข่งรถร่วมสมัยด้วยรถ Triumph รายการ SuperSport และ World SuperSport racing ในปี 2014 และ 2015 ชัยชนะรายการ Isle of Man SuperSport TT ในปี 2014 และ 2019 โดย Gary Johnson และ Peter Hickman บวกกับความเร็วเฉลี่ยมากกว่า 130 ไมล์ต่อชั่วโมงในปี 2023 โดย Peter Hickman บน Triumph STR765 ของเขา ตลอดจนชัยชนะรอบสุดท้ายอันน่าตื่นเต้นในการแข่งขัน Daytona 200 ในตำนานโดย Brandon Paasch บน Street Triple 765 ในปี 2022

ตำนานการแข่งรถของ Triumph ยังคงดำเนินต่อไปในฐานะซัพพลายเออร์เครื่องยนต์แต่เพียงผู้เดียวในการแข่งขัน FIM Moto2™ World Championship นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2019 Triumph Motorcycles มอบเครื่องยนต์สามสูบ 765cc ที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อการแข่งขันให้กับทุกทีม โดยแต่ละคันมีพื้นฐานมาจากขุมพลัง Street Triple RS ชั้นนำของคลาส นิยามใหม่ของคลาสนี้ Triumph ทำลายสถิติครั้งแล้วครั้งเล่าในปีแรก รวมถึงความเร็วสูงสุด Moto2™ ที่ +300 กม./ชม. เป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ ผลตอบรับที่ยอดเยี่ยม และความร่วมมือที่ Triumph มีกับนักบิดและทีมของพวกเขา และการตอบรับอย่างเหลือเชื่อจากแฟน ๆ Triumph ทั่วโลก ทำให้ Triumph และ Dorna ตัดสินใจขยายความสัมพันธ์ในปี 2021 และอีกครั้งในปี 2023 ด้วยการลงนาม สัญญาฉบับใหม่ต่อการแข่งขันอีก 5 ปี (2025-2029)

Triumph กำลังทำงานร่วมกับ PTR Triumph Factory Racing เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน World Supersport Championship ประจำปี 2025 โดยมี Tom Booth-Amos และ Oli Bayliss ร่วมแข่งขันด้วย Street Triple 765 ซึ่ง Macadam Triumph Factory Racing ยังคงดำเนินต่อไปโดยมี Luke Stapleford (รองแชมป์ประจำปี 2024) และ Max Wadsworth นักบิดจาก British Supersport เข้าร่วมในการแข่งขัน National Sportbike Championship โดยทีมมีนักบิด 4 คนในการแข่งขันด้วย Daytona 660 ได้แก่ Brodie Gawith, Jayden Martin, Katie Hand, Lewis Smart พร้อมด้วย PHR Triumph’s Harrison Dessoy

ในปี 2023 Triumph ประกาศความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน MXGP/MX2 และ SuperMotocross World Championships ปี 2024 และหลังจากฤดูกาลแรกที่ประสบความสำเร็จ กำลังแข่งกับทีมนักแข่งสี่คนสำหรับปี 2025 Jalek Swoll, Austin Forkner, Jordon Smith และ Mikkel Haarup กำลังแข่งให้กับผู้ผลิตชาวอังกฤษ โดยแข่งขันทั้งสองฝั่งของ Supercross และซีรีส์ Pro Motocross เต็มรูปแบบด้วย TF 250-X Triumph คว้าชัยชนะ Main Event ครั้งแรกใน Supercross ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และได้ขึ้นโพเดียมในซีรีส์ Pro Motocross ในปี 1924 และ 1925 ในการแข่งขัน FIM MX2 World Championship Camden McLellan กำลังแข่งขันเป็นปีที่สองบนเครื่องจักรของ Triumph เคียงข้าง Guillem Farres ด้วยผลงานบนโพเดียมในปี 1924 และ 1925 รวมถึงชัยชนะครั้งแรกในโมโตในเดือนเมษายน 2025

ในเดือนกันยายน 2024 Triumph ได้ประกาศว่า Paul Edmondson ตำนานมอเตอร์สปอร์ตและอดีตแชมป์โลก ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการของโปรแกรมเอ็นดูโรของ Triumph Factory Racing ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์ได้เป็นตัวแทนในการแข่งขันเอ็นดูโรระดับสูงสุดทั่วโลก ในปี 2025 Jonny Walker คว้าอันดับ 2 โดยรวมในการแข่งขัน SuperEnduro World Championship ด้วยรถ TF 250 ของเขา และจบการแข่งขัน Red Bull Erzbergrodeo ปี 2025 ด้วยรถ TF 250-E สี่จังหวะมาตรฐานเกือบเท่าตัว การแข่งขัน EnduroGP บนรถ TF 250-E ของ Triumph คือคู่หูมากประสบการณ์ Jamie McCanney และ Mikael Persson Triumph ได้เข้าร่วมการแข่งขัน International Six Days Enduro ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม โดยรถ TF 250-E ช่วยให้อิตาลีคว้าชัยชนะในรายการ World Team Trophy และทีมสวีเดนได้ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ รวมถึงจบการแข่งขันในห้าอันดับแรกของประเภทบุคคลอย่างน่าประทับใจ

Post a Comment

0 Comments

Comments

Ad Code