Phone (4a) Series และ Headphone (a)
ชูดีไซน์และฟีเจอร์ทัชใจคนรุ่นใหม่ โปร่งใส–AI–กล้อง Zoom
กรุงเทพฯ, 24 มีนาคม 2569 – Nothing แบรนด์เทคโนโลยีสายแฟชันดีไซน์ส่งตรงจากลอนดอน เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รุ่นในไทย ได้แก่ สมาร์ตโฟน Phone (4a) Pro Phone (4a) และ หูฟัง Headphone (a) โดยการนำเสนอฟีเจอร์ระดับพรีเมียมลงมาอยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องกล้อง หน้าจอ ความลื่นไหลของระบบ ดีไซน์ และ AI ที่ถูกออกแบบให้ช่วยใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง จุดเด่นของ Nothing รอบนี้มาพร้อมดีไซน์ที่แหวกแนว ด้วยสีสันที่จัดจ้านที่สุดในวงการสมาร์ตโฟนและหูฟัง ตามสไตล์ Nothing มาพร้อมคอนเซ็ป “Built Different” หรือ “เกิดมาไม่ตามใคร” มาพร้อมลูกเล่นอย่าง Glyph Matrix 137 จุด ด้านหลังของสมาร์ตโฟนนอกจากความสวยแล้วยังออกแบบให้สามารถสื่อสารได้ด้วย ไม่ว่าจะแจ้งเตือนสายเข้า เพลงที่กำลังเล่น ทำให้การใช้มือถือมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น
ดีไซน์โปร่งใสตามสไตล์ของ Nothing พร้อมกับการพลิกโฉมใหม่ในวงการเทคโนโลยี
ดีไซน์ของ Phone (4a) Series ยังคงรักษา DNA ความโปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ Nothing เอาไว้ แต่ถูกยกระดับให้จัดจ้านและมีมิติมากขึ้น ผ่านเลเยอร์ วัสดุ และสีสันที่กล้าฉีกกฎเดิม ๆ ของสมาร์ตโฟนในตลาด ที่มาพร้อมโครงสร้าง Aluminium Metal Unibody ดีไซน์บางเพียง 7.95 มม. น้ำหนัก 210 กรัม ให้สัมผัสพรีเมียมและแข็งแรงในทุกการใช้งาน ขณะที่ Phone (4a) ถูกออกแบบด้วยโครงสร้าง กระจกด้านหลัง (Glass Back) และเฟรมพลาสติก (Polycarbonate Frame) เพื่อบาลานซ์ระหว่างน้ำหนักและความทนทาน โดยมีความบางประมาณ 8.5 มม. น้ำหนักราว 205 กรัม ทำให้ถือใช้งานได้อย่างคล่องตัวและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
รุ่นนี้ถูกวางเป็นตัวท็อปของซีรีส์ สำหรับคนที่ไม่ได้แค่ถ่ายภาพแต่ต้องการเล่าเรื่องผ่านภาพด้วยพลังของ AI และฮาร์ดแวร์ระดับโปร ระบบกล้องถูกออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นในทุกระยะ โดย กล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ Sony ขนาด 1/1.56 นิ้ว กล้อง Periscope 50MP ซูมออปติคัล 3.5x และซูมสูงสุด 140x กล้อง Ultra-wide 8MP และกล้องหน้า 32MP ทั้งหมดทำงานร่วมกับ AI ผ่าน TrueLens Engine 4 และ Ultra XDR ที่ช่วยให้ภาพมีมิติ แสง เงา ของซีนจริง และยังช่วยให้ภาพออกมาคม ชัด แม้ในที่แสงน้อย อีกหนึ่งไฮไลต์คือ AI Preset ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การแต่งภาพสามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นก่อนถ่ายภาพ มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz และความสว่างสูงสุด 5,000 nits ทำให้ทุกภาพ คม ชัด สด และพร้อมใช้งานแม้ในแดดจัด ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 7 Gen 4 พร้อม RAM สูงสุด 12GB และรอม 256GB รองรับทั้งการถ่ายภาพ การแต่งภาพ และการใช้งาน AI แบบ on-device ได้แบบลื่นไหลไม่มีสะดุด
Phone (4a) ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในราคาที่เข้าถึงได้
สำหรับ Phone (4a) ถูกออกแบบมาเพื่อพิสูจน์ว่าความคุ้มค่ามาพร้อมกับประสบการณ์ที่ดีได้ ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP กล้อง Periscope 50MP ซูมสูงสุด 70x กล้อง Ultra-wide 8MP และกล้องหน้า 32MP พร้อมยกฟีเจอร์ AI Preset มาให้ใช้งานเช่นเดียวกับรุ่น Pro ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกโทนภาพที่ใช่ ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งแอปแต่งภาพภายนอก ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 7s Gen 4, พร้อม RAM ให้เลือกทั้งสองสเปก ได้แก่ RAM 8 ROM 256GB และ RAM 12 ROM 256GB และหน้าจอ AMOLED 1.5K ขนาด 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 nits ให้ภาพมีสีสด และใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์ แบตเตอรี่ขนาด 5,080 mAh รองรับชาร์จเร็ว 50W พร้อมใช้งานได้ตลอดวันแบบไม่ต้องกังวล
AI ที่ยกระดับความสามารถกล้อง ทำให้การถ่ายภาพสวยเป็นเรื่องของทุกคน
Nothing ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยการผสาน AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นทางฟีเจอร์ AI สำหรับกล้องถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพที่ดีที่สุดได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ เช่น AI Best Shot ที่ช่วยคัดเลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายช็อตโดยอัตโนมัติ ลดปัญหาหลับตา หน้าเบลอ หรือจังหวะพลาด AI Erase ที่สามารถลบสิ่งรบกวนในภาพได้อย่างแม่นยำ AI Cutout ที่ช่วยแยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้ทันที AI Tone Sync ที่ปรับโทนสี แสง และบาลานซ์ของภาพแบบเรียลไทม์ ให้ภาพออกมาตรงตาม mood & tone ที่ต้องการ
Essential AI ระบบอัจฉริยะเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
นอกเหนือจากความสามารถด้านกล้องทั้ง Phone (4a) Pro และ Phone (4a) ยังมาพร้อม ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการข้อมูล การทำงาน และการใช้งานในชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่น Essential Space พื้นที่จัดเก็บและจัดระเบียบข้อมูล ไอเดีย และคอนเทนต์สำคัญในที่เดียว Essential Memory ระบบที่ช่วยจดจำพฤติกรรมและข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ Essential Search การค้นหาที่ชาญฉลาด ครอบคลุมทั้งในเครื่องและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง Essential Key ปุ่มลัดสำหรับเรียกใช้งาน AI Essential Recorder ฟีเจอร์บันทึกเสียงพร้อมสรุปเนื้อหาอัตโนมัติ ช่วยให้การประชุมหรือการจดบันทึกมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้ง Intelligent Analysis ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยสรุปและแนะนำสิ่งที่สำคัญ Collections / For You การจัดกลุ่มและแนะนำคอนเทนต์ที่เหมาะกับผู้ใช้ในแต่ละบุคคล Essential Apps / Playground พื้นที่สำหรับทดลองและใช้งานฟีเจอร์ AI ในรูปแบบใหม่ ทั้งหมดนี้ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการประมวลผลแบบ on-device ที่ช่วยให้การใช้งานรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
โดย นายพลภัทร์ สายบัวทอง ผู้อำนวยการประจำ Nothing แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การออกแบบของ Nothing ในครั้งนี้มุ่งให้เทคโนโลยีถูกมองเห็นและรู้สึกได้ผ่านดีไซน์โปร่งใสและรายละเอียดที่คิดมาอย่างตั้งใจ เพื่อให้ผู้ใช้ได้แสดงตัวตนผ่านมือถือในทุกวัน ในด้านกล้อง ฟีเจอร์อย่าง Camera Preset ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนด mood & tone ของภาพได้ตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์ สร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และต่อยอดสู่คอมมูนิตี้ได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะเดียวกันการผสาน AI เข้ากับการจัดการข้อมูล การค้นหา และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ทุกอย่างง่ายและรวดเร็วขึ้น ลดความซับซ้อนจากการสลับหลายแอป สะท้อนแนวคิด “Built Different” ที่มองว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือของการแสดงตัวตน
Nothing ยังขยายแนวคิด “Built Different” มาสู่โลกของเสียง กับการเปิดตัว Headphone (a) หูฟังที่ไม่ได้ถูกสร้างมาแค่เพื่อฟังแต่เพื่อรู้สึก และ แสดงตัวตนไปพร้อมกัน
Headphone (a) เสียงที่มีดีไซน์ และดีไซน์ที่มีเสียง
Headphone (a) ยังคงเอกลักษณ์งานออกแบบโปร่งใสของ Nothing เอาไว้ แต่ตีความใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในรูปแบบของหูฟังครอบหู โครงสร้างที่เผยให้เห็นรายละเอียดภายใน ผสานกับรูปทรงที่ทั้งมินิมอล และสีที่โดดเด่น ทำให้เป็นอุปกรณ์หรือสัญลักษณ์ในการสะท้อนตัวตน สำหรับโครงสร้างหลักของตัวหูฟังผลิตจาก Aluminium Alloy ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดการบิดงอ และให้ความรู้สึกพรีเมียมในการใช้ บริเวณ earcup ถูกออกแบบให้มีขนาดครอบหูเต็มรูปแบบ (Over-ear) พร้อมใช้วัสดุ Memory Foam Cushion หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ (PU Leather) ที่ช่วยกระจายน้ำหนักและลดแรงกดทับ ทำให้สามารถสวมใส่ได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกอึดอัด มาพร้อมปุ่มควบคุมและอินเทอร์เฟซถูกออกแบบในรูปแบบ Tactile Control ที่ให้ฟีดแบ็กชัดเจน ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องมองตัวอุปกรณ์ รองรับการควบคุมเพลง การรับสาย และการสลับโหมดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
นอกจากนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่มีมิติและสมดุลในทุกย่านความถี่ รองรับ Hi-Res Audio, LDAC และ USB-C Lossless Audio พร้อมช่องเสียบสาย 3.5 มม. และยังสามารถตัดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมโหมด Transparency Mode สำหรับเปิดรับเสียงรอบข้างเมื่อต้องการสื่อสาร และระบบ Adaptive ANC ที่ปรับระดับการตัดเสียงอัตโนมัติตามสถานการณ์ เสริมด้วยไมโครโฟน 3 ตัว ที่ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างดี มาพร้อมฟีเจอร์ Camera Shutter Mode ที่ช่วยให้สามารถใช้หูฟังเป็นรีโมตถ่ายภาพ รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุด 2 อุปกรณ์ ใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 135 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC)
สำหรับผู้ที่สนใจสมาร์ตโฟนของ Nothing มีรายละเอียด ดังนี้ Phone (4a) Pro (12+256GB) ราคา 18,999 บาท มี 3 สี ขาว-ดำ-ชมพู Phone (4a) (12+256GB) ราคา 16,999 บาท และ (8+256GB) ราคา 14,999 บาท มีให้เลือก 4 สี ขาว-ดำ-ชมพู-น้ำเงิน Headphone (a) 5,999 บาท สี ขาว-ดำ-ชมพู และมีสีเหลือง Limited Edition ที่ต้องจับตารอเข้าไทย สำหรับโปรโมชันในช่วง Pre-order หากสั่งซื้อ Phone (4a) Pro รับข้อเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้า(Early Nothinger discount) มูลค่า 1,000 บาท CMF Buds 2 มูลค่า 1,899 บาท รับประกันนาน 2 ปี มูลค่า 1,999 บาท มูลค่ารวม 4,989 บาท, Phone (4a) รับข้อเสนอ ส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้า (Early Nothinger discount) มูลค่า 1,000 บาท ฟรีอัพเกรดจาก 8+256GB เป็น 12+256GB มูลค่ากว่า 2,000 บาท รับประกันนาน 2 ปี มูลค่า 1,999 บาท มูลค่ารวม 4,999 บาท ปิดท้ายด้วยโปรโมชันพิเศษของ Headphone (a) รับเลย Nothing Double Sided Fold Bag มูลค่า 999 บาท พิเศษสุดๆ ซื้อพร้อมสมาร์ตโฟนรับส่วนลด 1,199 บาท มูลค่ารวม 2,198 บาท
โดยทั้งหมดจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เม.ย. 69 และเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ลูกค้า Nothing ประกาศแผนขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5 เท่าภายในปี 2026 ครอบคลุมทั้งร้านค้าพาร์ตเนอร์อย่าง AIS, Banana, Dotlife, PowerBuy และ True รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ Lazada, Shopee และ TikTok Shop ด้านบริการหลังการขาย เปิด Call Center โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 พร้อมศูนย์บริการ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับฐานผู้ใช้ที่เติบโตขึ้น
###
#NothingThailand #BuiltDifferent #เกิดมาไม่ตามใคร





0 Comments