ครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมสี กับกลุ่ม
ผลิตภัณฑ์เบเยอร์คูล รับฤดูร้อนที่คาดการณ์ค่า
Heat Index สูงถึง 58°C
ตอกย้ำมาตรฐานนวัตกรรมที่พิสูจน์ได้ในสภาพแวดล้อมจริง
การศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของเบเยอร์ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีให้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงของผู้บริโภคมากที่สุด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยมีความผันผวนสูง ทั้งอุณหภูมิ แสงแดด ความชื้น และฝน ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของสีทาอาคาร
นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า เบเยอร์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการวิจัยในห้องปฏิบัติการเท่านั้น เพราะสภาวะจริงของโลกภายนอกมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา งานวิจัยในหลายประเทศพบว่าการทดสอบแบบเร่งอายุในห้องปฏิบัติการ (Accelerated Weathering) อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการใช้งานจริงได้ราว 20–50% โดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อนที่มีปัจจัยด้านสภาพอากาศรุนแรงและแปรปรวนสูง
“ทุกคำโฆษณาที่เบเยอร์สื่อสารออกไป เราต้องมั่นใจว่าสามารถส่งมอบคุณภาพนั้นให้กับลูกค้าได้จริง การทดสอบในบ้านจริงจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจของเราในการพิสูจน์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในสภาพการใช้งานจริง”
โครงการ Real House Testing ถูกออกแบบให้จำลองสภาวะการอยู่อาศัยจริง โดยติดตั้งระบบตรวจวัดอุณหภูมิ พลังงาน และสภาพแวดล้อมรอบอาคาร เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ของสีภายใต้สภาพอากาศจริงในระยะยาว ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้ช่วยให้เห็นประสิทธิภาพของสีสะท้อนความร้อนและความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงได้อย่างชัดเจน
งานวิจัยดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของสภาพอากาศที่ร้อนจัดมากขึ้น โดยข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าอุณหภูมิในบางช่วงของฤดูร้อนอาจสูงถึงประมาณ 38–42°C เมื่อพิจารณาร่วมกับความชื้นสัมพัทธ์ราว 40–60% และอ้างอิงการประเมินค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ตามแบบจำลองของ National Oceanic and Atmospheric Administration พบว่า ค่า Heat Index อาจสูงกว่า 50°C และในบางกรณีอาจแตะระดับใกล้ 58°C ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนอย่างอันตรายและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะลมแดด (Heat Stroke)
ผลการศึกษาครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมของเบเยอร์เท่านั้น แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสีทาอาคาร ที่ให้ความสำคัญกับ “การพิสูจน์ได้จริง” หรือ Real-World Performance มากกว่าการอ้างอิงผลจากการทดสอบในห้องทดลองเพียงอย่างเดียว
ความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่พิสูจน์ได้จริงยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบเยอร์ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับอุตสาหกรรม ล่าสุดบริษัทได้รับรางวัลเกียรติยศนวัตกรรมแห่งชาติ “Champ of the Champs” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งคัดเลือกจากกว่า 300 องค์กรและแบรนด์ที่เคยได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติตลอดกว่า 20 ปี เพื่อยกย่ององค์กรที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เบเยอร์ยังได้รับ 4 รางวัลจากเวที Future Trends Awards ต่อเนื่องสองปีซ้อน สะท้อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของอุตสาหกรรมสีไทย โดยในปีที่ผ่านมา Beger ได้รับรางวัล The Most Innovative ขณะที่ในปีล่าสุดความสำเร็จได้ต่อยอดจาก “นวัตกรรมสินค้า” ไปสู่ “นวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคม” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 รางวัลสำคัญ ได้แก่ The Most Impactful, Leader of Technology และ Leader of Social
ความสำเร็จจากเวทีรางวัลระดับประเทศเหล่านี้สะท้อนแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมของเบเยอร์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนางานวิจัย Real House Testing ที่มุ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพของนวัตกรรมภายใต้สภาพการใช้งานจริง
เบเยอร์ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสีที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของผู้บริโภคให้สามารถรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง
####










0 Comments